โฆษณาผู้สนับสนุน

หมวดหมู่: อาชญากรรม

อัปเดตข่าวสารในหมวดหมู่นี้ทั้งหมด 2 รายการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีประชุมมอบนโยบายฝ่ายปกครองและตำรวจ ย้ำแนวคิด "ต้องเอ๊ะ" ทุกความผิดปกติ หลังคดีพบผู้เสียชีวิต 5 รายในบางละมุง อาชญากรรม

ผู้ว่าฯ ชลบุรีสั่งเจ้าหน้าที่ต้อง "เอ๊ะ" ทุกความผิดปกติ ถอดบทเรียนคดี 5 ศพ คุมเข้มผู้พ้นโทษ-พื้นที่เสี่ยงทั่วจังหวัด

บางละมุง, ชลบุรี – จังหวัดชลบุรียกระดับมาตรการป้องกันอาชญากรรมครั้งใหญ่ หลังเกิดคดีสะเทือนขวัญพบผู้เสียชีวิตรวม 5 รายในพื้นที่อำเภอบางละมุง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเรียกประชุมฝ่ายปกครองและตำรวจทั่วจังหวัด พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ทุกระดับให้ทำงานภายใต้แนวคิด "ต้องเอ๊ะ" หากพบสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัย ต้องเข้าตรวจสอบทันที ไม่ปล่อยผ่านจนเกิดเหตุร้ายเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมพาโนรามา ชั้น 13 อาคารชิคทาวเวอร์ โรงแรมพัทยา ดิสคอฟเวอรี่ บีช อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีนายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้แทนสถานีตำรวจทั้ง 23 แห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้มีขึ้นภายหลังคดีพบผู้เสียชีวิตรวม 5 รายในพื้นที่อำเภอบางละมุง ซึ่งสร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องนำมาปรับแนวทางการทำงานเชิงรุกนายนริศ กล่าวว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทำงานด้วยแนวคิด "เอ๊ะ" หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ บุคคลต้องสงสัย หรือพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ต้องรีบเข้าตรวจสอบทันที เพราะหลายคดีร้ายแรงเริ่มต้นจากสิ่งผิดสังเกตเพียงเล็กน้อย หากปล่อยผ่านอาจนำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่หนึ่งในมาตรการสำคัญ คือ การติดตามผู้พ้นโทษ โดยเฉพาะผู้ที่เคยกระทำความผิดในคดีอุกฉกรรจ์ เช่น คดีฆาตกรรม คดีข่มขืน และคดีร้ายแรงอื่น ๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้สั่งการให้นายอำเภอทุกอำเภอ ประสานข้อมูลกับผู้กำกับการสถานีตำรวจทั้ง 23 สถานี เพื่อขอรายชื่อผู้พ้นโทษที่กลับเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ ก่อนส่งต่อข้อมูลให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านรับทราบผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเน้นย้ำว่า ทุกหมู่บ้านต้องรู้ว่ามีผู้พ้นโทษรายใดกลับเข้ามาอาศัยอยู่ และอยู่บริเวณใด เพื่อร่วมกันสอดส่องพฤติกรรม หากพบว่ามีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หรืออาจเป็นภัยต่อสังคม ให้รีบประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ปล่อยปละละเลยจนเกิดเหตุซ้ำนอกจากนี้ ยังสั่งการให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพิ่มความเข้มในการออกตรวจพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบ้านร้าง ขนำ สวน สลัม แหล่งมั่วสุม จุดเปลี่ยว และพื้นที่ที่ประชาชนทั่วไปไม่อยู่อาศัย หากพบสิ่งผิดปกติให้เข้าตรวจสอบทันทีตามแนวคิด "ต้องเอ๊ะ"ในด้านการปฏิบัติหน้าที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีกำชับให้เจ้าหน้าที่แต่งเครื่องแบบและสวมเสื้อกั๊กของหน่วยงานอย่างถูกต้อง ห้ามใช้เสื้อกั๊กหรือเครื่องแต่งกายที่สามารถสร้างความเข้าใจผิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ พร้อมย้ำให้ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลในการควบคุมการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะอย่างเคร่งครัด ยกเว้นผู้ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายสำหรับแนวทางปฏิบัติหลังจากนี้ จังหวัดชลบุรีได้กำหนดมาตรการสำคัญ 7 ด้าน ได้แก่ การติดตามผู้พ้นโทษ การเพิ่มจุดตรวจและการลาดตระเวน การตรวจค้นพื้นที่เสี่ยงยาเสพติดและแหล่งมั่วสุม การแต่งกายของเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องตามระเบียบ การควบคุมการพกพาอาวุธปืน การตรวจสอบสถานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและสารเคมี รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทุกภาคส่วนในการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีกล่าวทิ้งท้ายว่า การป้องกันอาชญากรรมไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจเพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย หากทุกคนช่วยกันสังเกตและ "เอ๊ะ" กับสิ่งผิดปกติ เชื่อว่าจะสามารถลดโอกาสการเกิดคดีร้ายแรง และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีได้อย่างยั่งยืน

อาชญากรรม

4 หน่วยงานลุยตรวจแรงงานในโครงการโรงละครจีนสองพันล้าน เตรียมเปิดดันท่องเที่ยวพบคนงานจำนวนมากมีเอกสารถูกต้อง

4 หน่วยงานลุยตรวจแรงงานในโครงการโรงละครจีนสองพันล้าน เตรียมเปิดดันท่องเที่ยวพบคนงานจำนวนมากมีเอกสารถูกต้อง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 มิ.ย.69 พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พ.ต.ท.กิตติภัทร หงษ์ชูเวช สว.ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา , ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง และเจ้าหน้าที่ส่วนควบคุมอาคาร สำนักช่างเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างโรงละครขนาดใหญ่บริเวณริมถนนพัทยาใต้ ม. 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี          การตรวจสอบหลังได้รับการร้องเรียนให้ตรวจสอบโครงการดังกล่าว เนื่องจากมีขนาดใหญ่และมีกลุ่มแรงงานจีนจำนวนมาก รวมทั้งกลุ่มแรงงานสัญชาติอื่น ซึ่งโครงการก่อสร้างตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 22 ไร่ มีแรงงานสัญชาติจีนเป็นช่างเทคนิคจำนวน 19 คน และแรงงานสัญชาติเมียนมาประมาณ 100 คน            เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบเอกสารการทำงานแล้วพบว่าแรงงานชาวเมียนม่าทุกคนมีใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนช่างเทคนิคชาวจีนจำนวน 19 คน  พบช่างเทคนิคจีนจำนวน 10 ราย ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดการแจ้งที่พักอาศัยต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเข้าพัก จึงถูกดำเนินการตามกฎหมายและเปรียบเทียบปรับรายละ 2,000 บาท               ส่วนโครงการดังกล่าวเป็นการร่วมลงทุนระหว่างคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และบริษัท ส้งเฉิง โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่บนพื้นที่รวมกว่า 149,162 ตารางเมตร ภายในประกอบด้วยโรงมหรสพจำนวน 3 โรง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ลานจอดรถรองรับได้ประมาณ 400 คัน ระบบทางเข้า-ออก และจุดกลับรถอย่างเป็นสัดส่วน          ซึ่งโครงการยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จ พร้อมเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการปลายปีนี้ โดยคาดว่าเมื่อแล้วเสร็จจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่พัทยาเพิ่มขึ้น เพราะเป็นบริษัทใหญ่ที่สุดในจีน ที่มีโชว์จำนวน 13 ที่ทั่งประเทศจีน

- ผู้สนับสนุน -