ข่าวเด่นวันนี้
บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดพัทยา 1,290 บาท มีอะไรให้กิน? เปิดไลน์ BIG FISH โฉมใหม่ จัดเต็ม 13 สเตชัน
ถ้ามา BIG FISH แล้วคิดว่าจะมีแค่ซีฟู้ด รอบนี้ต้องเผื่อท้องมาให้มากกว่าเดิม เพราะหลังปรับโฉมใหม่ เขาจัดไลน์อาหารไว้ถึง 13 สเตชัน ตั้งแต่หอยนางรม ปู กุ้ง ซูชิ–ซาชิมิ เนื้อ อาหารไทย–นานาชาติ ไปจนถึงของหวาน และยังมีลูกเล่นอย่าง French Fries Shake ที่มาเขย่าปรุงรสกันสด ๆ ถึงโต๊ะBTV มีโอกาสได้ไปลอง BIG FISH Seafood Market & Grill ชั้น 6 โรงแรม Siam@Siam Design Hotel Pattaya เลยพามาดูกันว่า บุฟเฟ่ต์ราคาเริ่มต้น 1,290 บาท มีอะไรให้กินบ้าง🦪 มาถึง BIG FISH ต้องเริ่มจากทะเลพระเอกยังคงเป็น Seafood & Oyster ที่จัดอาหารทะเลเรียงบนน้ำแข็ง มีทั้ง หอยนางรม ปูม้า กุ้ง หอยแมลงภู่ หอยหวาน และปลาหมึก พร้อมน้ำจิ้มให้เลือกทั้งซีฟู้ดพริกแดง ซีฟู้ดพริกเขียว และ Cocktail Sauceแต่รอบนี้ไม่ได้หยุดแค่ซีฟู้ด เพราะเดินต่อไปยังมี Sushi & Japanese, Carving Station, Charcoal Land & Sea, Pizza, Thai Favorite, Signature Soup, Cold Cuts & Cheese, Green Market รวมถึงของหวาน ผลไม้และเครื่องดื่ม กระจายอยู่ทั่วร้านรวม 13 สเตชันจุดนี้เหมาะกับการมากันเป็นกลุ่ม เพราะแต่ละคนไม่จำเป็นต้องชอบกินเหมือนกัน คนหนึ่งจัดซีฟู้ด อีกคนไปซูชิ อีกคนเลือกเนื้อหรืออาหารไทยก็ยังจบได้ในมื้อเดียว🦐 Cajun Seafood Boil เปลี่ยนรสซีฟู้ดให้จัดจ้านขึ้นอีกเมนูที่น่าลองคือ Cajun Seafood Boil นำอาหารทะเลมาคลุกกับซอสและเครื่องเทศสไตล์เคจัน ได้รสเข้มข้นไปอีกแบบ เหมาะกับคนที่กินซีฟู้ดออนไอซ์กับน้ำจิ้มแล้วอยากเปลี่ยนรสชาติระหว่างมื้อ🍟 เมนูที่สร้างสีสัน กลับเป็นเฟรนช์ฟรายส์!หนึ่งในลูกเล่นที่ชอบคือ French Fries Shake ลูกค้าสามารถเลือกรสชาติ ก่อนพนักงานจะนำเฟรนช์ฟรายส์มา Shake คลุกเครื่องปรุงสด ๆ ถึงโต๊ะแม้จะเป็นเมนูง่าย ๆ แต่เพิ่มความสนุกให้มื้ออาหารได้ดี โดยเฉพาะเวลามากันหลายคน และกลายเป็นอีกหนึ่งมุมที่สายถ่ายคลิปน่าจะชอบ🌊 กินไป ฟังเพลงไป กับบรรยากาศพัทยาช่วงเย็นหลังปรับโฉมใหม่ BIG FISH ใช้โทนสีน้ำเงินเข้ม ผสมงานไม้และแสงไฟโทนอุ่น ให้ความรู้สึกถึงทะเลแต่ยังคงบรรยากาศแบบห้องอาหารโรงแรมร้านอยู่บน ชั้น 6 ของ Siam@Siam Design Hotel Pattaya ช่วงเย็นจึงได้บรรยากาศพัทยา พร้อม ดนตรีสด เหมาะกับการมานั่งกินยาว ๆ ทั้งแบบครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือมื้อพิเศษ💰 1,290 บาท ได้อะไรบ้าง?สำหรับ Seafood Feast มีให้เลือก 3 แพ็กเกจClassic 1,290 บาท/คนบุฟเฟ่ต์อาหาร + Soft Drink Free FlowSignature 2,189 บาท/คนSoft Drink + Beer + Wine Free FlowPremium 2,390 บาท/คนSoft Drink + Beer + Wine + House Spirits Free Flowราคายังไม่รวม Service Charge 10% และ VAT 7%ถ้าเน้นมาจัดอาหารอย่างเดียว แพ็กเกจเริ่มต้น 1,290 บาทก็สามารถกินไลน์อาหารทั้งหมดได้ ส่วนอีกสองแพ็กเกจเพิ่มตัวเลือกเครื่องดื่มสำหรับคนที่อยากนั่งยาวขึ้นแล้วคุ้มไหม?ถ้ามองจากตัวเลือกอาหาร 13 สเตชัน ตั้งแต่ซีฟู้ด หอยนางรม ซูชิ อาหารญี่ปุ่น เนื้อ อาหารไทย–นานาชาติ ไปจนถึงของหวาน พร้อม Soft Drink Free Flow และบรรยากาศโรงแรมใจกลางพัทยา BIG FISH ถือเป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่กำลังมองหา บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดพัทยาที่ไปกันหลายคนแล้วเลือกกินได้หลายแนวข้อแนะนำคือ มาถึงแล้วเดินสำรวจให้ครบก่อนหนึ่งรอบ แล้วค่อยตัก เพราะถ้าจัดหนักตั้งแต่ Seafood & Oyster สเตชันแรก ๆ อาจเหลือพื้นที่ไม่พอสำหรับของที่รออยู่ข้างใน📍 BIG FISH Seafood Market & Grill ชั้น 6 โรงแรม Siam@Siam Design Hotel Pattaya🗓 เปิดวันพุธ–อาทิตย์⏰ 17.30–21.30 น.💰 เริ่มต้น 1,290 บาท/คน☎️ 038-930-600LINE: @siamatsiampattaya
ข่าวสารล่าสุด
ท่องเที่ยว
วันละนับร้อยตัวยังหมดหัวค่ำ! เปิดเตา “เป็ดย่างเกลือ” 399 บาท ย่างกว่า 1 ชั่วโมง ทีเด็ด Two Brothers Chill 90’s จอมเทียน
หากเดินเข้าไปใน Two Brothers Chill 90’s Restaurant Jomtien Pattaya แล้วเห็นหลายโต๊ะมีเป็ดสีเหลืองน้ำตาลวางอยู่กลางโต๊ะ ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะนี่คือ “เป็ดย่างเกลือ” หนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่กำลังได้รับความนิยม จนทางร้านต้องเตรียมไว้รองรับลูกค้าวันละนับร้อยตัว แต่บางวันก็ยังขายหมดตั้งแต่ช่วงหัวค่ำความน่าสนใจของเมนูนี้ไม่ได้มีเพียงราคาที่ ตัวละ 399 บาท แต่ยังอยู่ที่กรรมวิธีการทำ เพราะเป็ดแต่ละตัวต้องใช้เวลาย่าง นานกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อค่อย ๆ ไล่ความชื้นและไขมันออก จนหนังด้านนอกแห้งและกรอบ พร้อมกลิ่นหอมจากการย่าง ก่อนนำขึ้นจากเตามาสับเป็นชิ้นพอดีคำพร้อมเสิร์ฟเมื่อเป็ดมาถึงโต๊ะ จะเห็นหนังที่ผ่านการย่างจนขึ้นสีสวย ขณะที่ด้านในยังมีเนื้อให้ได้เคี้ยวเต็มคำ โดยสามารถลองชิมแบบไม่ต้องจิ้มเพื่อรับรสของเป็ดย่างก่อน หรือจะเพิ่มรสชาติด้วย น้ำจิ้ม 2 รสชาติ ที่เสิร์ฟมาคู่กันก็เลือกได้ตามความชอบแต่ถ้าใครตั้งใจเดินทางมาเพื่อเมนูนี้โดยเฉพาะ อาจต้องเผื่อเวลากันสักหน่อย เพราะด้วยกรรมวิธีที่เป็ดหนึ่งตัวต้องใช้เวลาย่างมากกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้จำนวนที่สามารถผลิตได้ในแต่ละวันมีข้อจำกัด แม้ทางร้านจะเตรียมเป็ดไว้ วันละนับร้อยตัว แต่ด้วยจำนวนลูกค้าที่สั่งอย่างต่อเนื่อง จึงมีบางวันที่ขายหมดตั้งแต่ช่วงหัวค่ำจาก “เป็ดย่างเกลือ” บนเตา ผ่านเวลาย่างกว่าหนึ่งชั่วโมง ก่อนถูกสับลงจาน จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเมนูที่สร้างภาพจำให้กับ Two Brothers Chill 90’s จอมเทียน โดยเฉพาะคนที่ชอบเป็ดย่างแบบเน้นหนังแห้งกรอบ ซึ่งราคาตัวละ 399 บาทสามารถสั่งเป็นเมนูกลางแบ่งกันรับประทานได้ส่วนบรรยากาศของร้านในช่วงค่ำจะเปลี่ยนมาเป็นอีกอารมณ์ มี ดนตรีสด พร้อมเพลงคุ้นหูทั้งเพลงยุค 90’s และเพลงฮิตหลากหลายแนว รวมถึงมีไวน์ให้เลือกสำหรับผู้ที่อยากนั่งรับประทานอาหารพร้อมจิบเครื่องดื่มและฟังเพลงแบบยาว ๆนอกจากนี้ Two Brothers Chill 90’s ยังเพิ่มสีสันด้วยการจัดคอนเสิร์ตศิลปิน โดยครั้งนี้ได้ “ไผ่ พงศธร” มาร่วมสร้างความสนุกบนเวที ให้แฟนเพลงได้ชมและฟังเพลงกันแบบใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศการรับประทานอาหารในช่วงค่ำสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานที่รวมกลุ่ม ทางร้านยังรองรับทั้ง งานเลี้ยงสังสรรค์ งานวันเกิด และกรุ๊ปสัมมนา พร้อมส่วนลด 10% สำหรับการจัดงาน รองรับทั้งกลุ่มเพื่อน ครอบครัว องค์กร และบริษัทใครอยากรู้ว่า “เป็ดย่างเกลือ” ที่ต้องใช้เวลาย่างกว่า 1 ชั่วโมง และเตรียมวันละนับร้อยตัวยังมีหมดตั้งแต่หัวค่ำ จะมีความแห้งกรอบและรสชาติเป็นอย่างไร คงต้องมาลองด้วยตัวเองTwo Brothers Chill 90’s Restaurant Jomtien Pattaya ตั้งอยู่บนถนนจอมเทียนสาย 2 ข้างคอนโด The Riviera เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00–01.00 น. สำรองโต๊ะ โทร. 061-408-4545
ท่องเที่ยว
โบลท์ ประเทศไทย บุกพัทยา! เปิดโครงการ “Bolt Sure” หนุนคนขับเข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย
โบลท์ ประเทศไทย บุกพัทยา! เปิดโครงการ “Bolt Sure” หนุนคนขับเข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย เผยต่างชาติใช้บริการสูงกว่ากรุงเทพฯ ตั้งเป้าใบอนุญาตครบ 100% ก.ย.นี้ เดินหน้ายกระดับมาตรฐานบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน เปิดโครงการ “Bolt Sure” สนับสนุนพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมยกกิจกรรม “Booster Days” ลงพื้นที่สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอบางละมุง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 อำนวยความสะดวกคนขับในพื้นที่พัทยา ขณะที่บริษัทเผย พัทยาเป็นตลาดสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้โดยสารต่างชาติที่มีสัดส่วนการใช้บริการสูงกว่ากรุงเทพฯ พร้อมเดินหน้าสร้างแรงจูงใจและปรับบริการให้สอดคล้องกับต้นทุนของผู้ขับขี่ในพื้นที่นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป ประจำโบลท์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการ “Bolt Sure” จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่สามารถดำเนินการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่านช่องทางดิจิทัลของโบลท์ โดยมีทีมงานคอยให้คำแนะนำ ตรวจสอบเอกสาร และช่วยเหลือในแต่ละขั้นตอน เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายสำหรับ เมืองพัทยา บริษัทมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญ เนื่องจากมีผู้ขับขี่จำนวนมากให้ความสนใจเข้าสู่ระบบ ขณะเดียวกันพัทยายังมีโครงสร้างผู้โดยสารที่แตกต่างจากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาตินายณัฐดนย์ ระบุว่า หากพิจารณาสัดส่วนผู้ใช้บริการในพัทยา จะพบว่ามีชาวต่างชาติใช้บริการค่อนข้างมาก และมีสัดส่วนสูงกว่ากรุงเทพฯ สะท้อนถึงลักษณะเฉพาะของพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ บริษัทจึงพยายามพัฒนาฐานลูกค้าให้มีความหลากหลาย รวมถึงออกมาตรการจูงใจ โบนัส และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับผู้ขับขี่พร้อมกันนี้ บริษัทยังพยายามปรับมาตรการด้านแรงจูงใจและราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่ในพื้นที่พัทยา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่และรักษาสมดุลของระบบบริการในพื้นที่ท่องเที่ยวล่าสุด วันที่ 21 สิงหาคม โบลท์ได้นำกิจกรรม “Booster Days” มาจัดที่สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอบางละมุง เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ช่วยตรวจสอบเอกสาร และอำนวยความสะดวกด้านการลงทะเบียน โดยพบว่ามีผู้ขับขี่ให้ความสนใจเข้าร่วมและเร่งดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อกำหนดนายณัฐดนย์ กล่าวว่า การตอบรับของผู้ขับขี่ในพื้นที่สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวในการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ขณะที่แนวนโยบายของภาครัฐในการผลักดันให้ผู้ให้บริการและผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎหมายถือเป็นทิศทางที่ดี ซึ่งโบลท์ให้ความสำคัญและพร้อมสนับสนุนอย่างต่อเนื่องนอกจากการให้คำปรึกษาแล้ว โบลท์ยังใช้มาตรการจูงใจทางการเงิน โดยผู้ขับขี่ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะและอัปโหลดเข้าสู่ระบบจะได้รับโบนัส 500 บาท พร้อมสิทธิ์ส่วนลดอัตราค่าคอมมิชชันพิเศษ โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับส่วนลด 6% และรถยนต์ได้รับส่วนลด 5%บริษัทระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มโครงการสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายในปี 2568 ได้ลงทุนไปแล้วกว่า 30 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ขับขี่ในการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะและจดทะเบียนยานพาหนะให้ถูกต้องตามกฎหมายทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2569 โบลท์กำหนดให้ผู้ขับขี่รายใหม่ทุกคนต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะก่อนเข้าร่วมแพลตฟอร์ม สอดคล้องกับแนวนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการยกระดับมาตรฐานบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันข้อมูลของบริษัทระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคม 2568 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 มีผู้ขับขี่บนแพลตฟอร์มได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะแล้วมากกว่า 100,000 ราย และตั้งเป้าให้ผู้ขับขี่บนแพลตฟอร์มดำเนินการอย่างถูกต้องครบ 100% ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569นายณัฐดนย์กล่าวว่า ผู้ขับขี่หลายหมื่นคนทั่วประเทศพึ่งพาแพลตฟอร์มในการสร้างรายได้ บริษัทจึงมองว่าการปฏิบัติตามกฎหมายไม่ควรกลายเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพ “Bolt Sure” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าถึงเครื่องมือ คำแนะนำ และแรงจูงใจที่จำเป็นได้ง่ายขึ้นบริษัทเชื่อว่าการลดอุปสรรคในการปฏิบัติตามกฎหมายจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร ภาครัฐ และระบบคมนาคมโดยรวม พร้อมเดินหน้าลงทุนและพัฒนาโครงการ เพื่อยกระดับบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันให้มีความปลอดภัย โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง พัทยา ที่มีทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้บริการเป็นจำนวนมาก
ท่องเที่ยว
“The Feminine Escape” พา Wellness ลงเรือยอชท์ Once Yachting x Girl Healing Club เติมสีสันทะเลพัทยา
Once Yachting x Girl Healing Club เปิดประสบการณ์ “The Feminine Escape” เติมสีสัน Wellness กลางทะเลพัทยาเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 Once Yachting ร่วมกับ Girl Healing Club จัดกิจกรรม “The Feminine Escape by Once Yachting x Girl Healing Club” ในพื้นที่เมืองพัทยา ถ่ายทอดอีกหนึ่งรูปแบบของกิจกรรม Wellness และไลฟ์สไตล์ ผ่านประสบการณ์การพักผ่อนบนเรือยอชท์ ท่ามกลางบรรยากาศและทัศนียภาพของทะเลพัทยากิจกรรมจัดขึ้นระหว่างเวลา 09.00–15.00 น. โดยผู้เข้าร่วมได้ใช้เวลาร่วมกันผ่านกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งการดูแลตัวเอง การเคลื่อนไหวร่างกาย และการพักผ่อนในบรรยากาศกลางทะเล ซึ่งแตกต่างจากการทำกิจกรรม Wellness ในพื้นที่หรือสตูดิโอทั่วไปหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายในงานคือ Movement Session นำโดยทีมครูผู้มีประสบการณ์จาก Jetts Thailand ที่นำการเคลื่อนไหวร่างกายมาผสมผสานกับการผ่อนคลาย ก่อนเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ทำกิจกรรม พักผ่อน และใช้เวลาร่วมกันบนเรือยอชท์ ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเองและวิวทะเลพัทยานอกจากกิจกรรม Wellness แล้ว ภายในงานยังมีช่วงเวลาสำหรับการพักผ่อน การถ่ายภาพ และกิจกรรมร่วมกันของผู้เข้าร่วม สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสันและความสนุกตลอดทั้งวัน สะท้อนอีกหนึ่งรูปแบบของกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่สามารถเชื่อมโยงการดูแลตัวเองเข้ากับการท่องเที่ยวทางทะเลได้อย่างน่าสนใจสำหรับกิจกรรม “The Feminine Escape” ครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Once Yachting และ Girl Healing Club พร้อมได้รับการสนับสนุนจากหลากหลายแบรนด์และพาร์ตเนอร์ ได้แก่ House of Black Magic, Luster BKK, Drink Me Thailand, Fusion Seltzer, Skin Syrup, Bizgenes, Amazing Thailand และ Central Pattaya ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มประสบการณ์ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม การนำกิจกรรม Wellness มาผสมผสานกับบรรยากาศของเรือยอชท์และทะเลพัทยา นับเป็นอีกหนึ่งสีสันของกิจกรรมไลฟ์สไตล์ในพื้นที่ ซึ่งช่วยนำเสนอภาพของพัทยาในมุมที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในฐานะเมืองท่องเที่ยวทางทะเลและจุดหมายปลายทางสำหรับกิจกรรมด้านสุขภาพ การพักผ่อน และไลฟ์สไตล์
อาชญากรรม
ผู้ว่าฯ ชลบุรีสั่งเจ้าหน้าที่ต้อง "เอ๊ะ" ทุกความผิดปกติ ถอดบทเรียนคดี 5 ศพ คุมเข้มผู้พ้นโทษ-พื้นที่เสี่ยงทั่วจังหวัด
บางละมุง, ชลบุรี – จังหวัดชลบุรียกระดับมาตรการป้องกันอาชญากรรมครั้งใหญ่ หลังเกิดคดีสะเทือนขวัญพบผู้เสียชีวิตรวม 5 รายในพื้นที่อำเภอบางละมุง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเรียกประชุมฝ่ายปกครองและตำรวจทั่วจังหวัด พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ทุกระดับให้ทำงานภายใต้แนวคิด "ต้องเอ๊ะ" หากพบสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัย ต้องเข้าตรวจสอบทันที ไม่ปล่อยผ่านจนเกิดเหตุร้ายเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมพาโนรามา ชั้น 13 อาคารชิคทาวเวอร์ โรงแรมพัทยา ดิสคอฟเวอรี่ บีช อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีนายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้แทนสถานีตำรวจทั้ง 23 แห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้มีขึ้นภายหลังคดีพบผู้เสียชีวิตรวม 5 รายในพื้นที่อำเภอบางละมุง ซึ่งสร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องนำมาปรับแนวทางการทำงานเชิงรุกนายนริศ กล่าวว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทำงานด้วยแนวคิด "เอ๊ะ" หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ บุคคลต้องสงสัย หรือพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ต้องรีบเข้าตรวจสอบทันที เพราะหลายคดีร้ายแรงเริ่มต้นจากสิ่งผิดสังเกตเพียงเล็กน้อย หากปล่อยผ่านอาจนำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่หนึ่งในมาตรการสำคัญ คือ การติดตามผู้พ้นโทษ โดยเฉพาะผู้ที่เคยกระทำความผิดในคดีอุกฉกรรจ์ เช่น คดีฆาตกรรม คดีข่มขืน และคดีร้ายแรงอื่น ๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้สั่งการให้นายอำเภอทุกอำเภอ ประสานข้อมูลกับผู้กำกับการสถานีตำรวจทั้ง 23 สถานี เพื่อขอรายชื่อผู้พ้นโทษที่กลับเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ ก่อนส่งต่อข้อมูลให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านรับทราบผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเน้นย้ำว่า ทุกหมู่บ้านต้องรู้ว่ามีผู้พ้นโทษรายใดกลับเข้ามาอาศัยอยู่ และอยู่บริเวณใด เพื่อร่วมกันสอดส่องพฤติกรรม หากพบว่ามีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หรืออาจเป็นภัยต่อสังคม ให้รีบประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ปล่อยปละละเลยจนเกิดเหตุซ้ำนอกจากนี้ ยังสั่งการให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพิ่มความเข้มในการออกตรวจพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบ้านร้าง ขนำ สวน สลัม แหล่งมั่วสุม จุดเปลี่ยว และพื้นที่ที่ประชาชนทั่วไปไม่อยู่อาศัย หากพบสิ่งผิดปกติให้เข้าตรวจสอบทันทีตามแนวคิด "ต้องเอ๊ะ"ในด้านการปฏิบัติหน้าที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีกำชับให้เจ้าหน้าที่แต่งเครื่องแบบและสวมเสื้อกั๊กของหน่วยงานอย่างถูกต้อง ห้ามใช้เสื้อกั๊กหรือเครื่องแต่งกายที่สามารถสร้างความเข้าใจผิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ พร้อมย้ำให้ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลในการควบคุมการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะอย่างเคร่งครัด ยกเว้นผู้ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายสำหรับแนวทางปฏิบัติหลังจากนี้ จังหวัดชลบุรีได้กำหนดมาตรการสำคัญ 7 ด้าน ได้แก่ การติดตามผู้พ้นโทษ การเพิ่มจุดตรวจและการลาดตระเวน การตรวจค้นพื้นที่เสี่ยงยาเสพติดและแหล่งมั่วสุม การแต่งกายของเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องตามระเบียบ การควบคุมการพกพาอาวุธปืน การตรวจสอบสถานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและสารเคมี รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทุกภาคส่วนในการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีกล่าวทิ้งท้ายว่า การป้องกันอาชญากรรมไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจเพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย หากทุกคนช่วยกันสังเกตและ "เอ๊ะ" กับสิ่งผิดปกติ เชื่อว่าจะสามารถลดโอกาสการเกิดคดีร้ายแรง และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีได้อย่างยั่งยืน
ท่องเที่ยว
เด็กเดินขายลูกอม...หรือมากกว่านั้น? พัทยาเร่งตรวจสอบหลังโซเชียลแชร์คลิปเด็กเข้าประชิดนักท่องเที่ยว เตรียมหามาตรการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
คลิปวิดีโอความยาวเพียงไม่กี่วินาทีที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับทั้งชาวพัทยาและนักท่องเที่ยว หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Aof Sike โพสต์ภาพและคลิปลงในกลุ่ม "เตือนภัย แจ้งเหตุ พัทยา" พร้อมข้อความว่า "ทำงานกันเป็นทีม ช่วยมาจัดทีครับ ทีมกุนเขมร" โดยภายในคลิปปรากฏภาพกลุ่มเด็กหลายคนเดินเข้าประชิดนักท่องเที่ยวในลักษณะรุมล้อม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการล้วงทรัพย์หรือก่อความเดือดร้อนแก่ผู้มาเยือน แม้จนถึงขณะนี้จะยังไม่มีหน่วยงานใดยืนยันว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นตามที่มีการกล่าวอ้างในสื่อสังคมออนไลน์ก็ตามอย่างไรก็ตาม สิ่งที่คลิปดังกล่าวสะท้อนออกมาอย่างชัดเจน คือปัญหากลุ่มเด็กที่ออกมาเดินขายลูกอม ขายดอกไม้ หรือสินค้าเบ็ดเตล็ด พร้อมเดินตามและเข้าประชิดนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผู้ประกอบการในพื้นที่ระบุว่าเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และเริ่มส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาผู้ประกอบการภายในซอย 6 เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. เป็นต้นไป มักพบเด็กประมาณ 3 คน เดินเข้าหานักท่องเที่ยวเพื่อขายลูกอมและสินค้าต่าง ๆ หากนักท่องเที่ยวไม่สนใจ เด็กบางคนจะยังคงเดินตาม เกาะแขน หรือพยายามพูดคุยจนหลายคนยอมควักเงินซื้อเพราะความรำคาญ จากการสังเกตยังพบว่ามักมีผู้ใหญ่ประมาณ 1-2 คน นั่งอยู่ห่าง ๆ คล้ายคอยดูเด็กอยู่ตลอดเวลา ส่วนกรณีการลักทรัพย์นั้น ผู้ประกอบการยอมรับว่าไม่เคยเห็นเหตุการณ์กับตนเอง จึงไม่สามารถยืนยันได้ แต่ยอมรับว่าพฤติกรรมดังกล่าวสร้างความไม่สบายใจให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในพื้นที่เป็นอย่างมากภายหลังเกิดกระแสในโลกออนไลน์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายดำรงเกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่ได้รับการร้องเรียน โดยเฉพาะกรณีเด็กที่รบกวนนักท่องเที่ยว รวมถึงตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการนำเด็กมาเดินขายของหรือแสวงหาประโยชน์ในพื้นที่ท่องเที่ยวหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่การหารือร่วมกับหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรง ทั้งฝ่ายปกครอง หน่วยงานด้านพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตำรวจ และหน่วยงานด้านคุ้มครองเด็ก เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมนายดำรงเกียรติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการกวดขันกลุ่มบุคคลเร่ร่อนและผู้ที่ใช้พื้นที่สาธารณะโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งเมืองพัทยาดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ยังพบกลุ่มเร่ร่อนหน้าใหม่หลายราย รวมถึงผู้พิการบางคนที่ออกแสดงดนตรีในพื้นที่สาธารณะ แต่ยังไม่มีเอกสารหรือบัตรประจำตัวที่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงได้แนะนำให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าเมืองพัทยาจะเดินหน้าตรวจสอบและกวดขันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวแม้กรณีที่ปรากฏในคลิปจะยังไม่มีข้อยืนยันว่ามีการก่อเหตุลักทรัพย์จริง แต่เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาที่เมืองพัทยาจำเป็นต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะการใช้เด็กออกมาเดินขายสินค้าและรบกวนนักท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวแล้ว ยังอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสวัสดิภาพเด็กและการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก หากปล่อยให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมืองพัทยาขอความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยว หากพบเห็นเด็กหรือบุคคลที่มีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อน หรือพบเหตุผิดปกติในพื้นที่ท่องเที่ยว ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม แทนการแชร์ข้อมูลหรือกล่าวหาบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยปราศจากข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยัน เนื่องจากทุกฝ่ายควรได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการตรวจสอบของกฎหมาย
การเมือง
เมืองพัทยาเตรียมเพิ่มงบอาหารกลางวันเด็กเกาะล้าน รับต้นทุนขนส่งสูง พร้อมสร้างอาคารอนุบาลใหม่ 26 ล้านบาท
เมืองพัทยาเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตนักเรียนบนเกาะล้าน เตรียมเพิ่มงบอาหารกลางวันในปีงบประมาณ 2570 หลังต้นทุนขนส่งวัตถุดิบสูงกว่าพื้นที่บนฝั่ง ควบคู่การลงทุนสร้างอาคารอนุบาลหลังใหม่ วงเงิน 26 ล้านบาท และปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงเรียนเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่โรงเรียนเมืองพัทยา 10 (บ้านเกาะล้าน) นายบรรจง บัณฑูรประยุกต์ รองประธานสภาเมืองพัทยา พร้อมคณะสมาชิกสภาเมืองพัทยา ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาด้านการศึกษา พร้อมตรวจสอบความพร้อมของอาคารเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของเยาวชนบนเกาะล้านนายบรรจง เปิดเผยว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญที่นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ให้ความสำคัญ คือ คุณภาพอาหารกลางวันของนักเรียน เนื่องจากโรงเรียนเมืองพัทยา 10 มีต้นทุนการจัดหาอาหารสูงกว่าพื้นที่ทั่วไป เพราะวัตถุดิบ อุปกรณ์ และสิ่งของจำเป็นต้องขนส่งจากฝั่งมายังเกาะล้าน ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการจัดการเรียนการสอนบนแผ่นดินใหญ่ด้วยเหตุนี้ เมืองพัทยาจึงเตรียมเสนอเพิ่มงบประมาณค่าอาหารกลางวันรายหัวของนักเรียน ในปีงบประมาณ 2570 ประมาณ 30 บาทต่อคน เพื่อให้นักเรียนได้รับอาหารที่มีคุณภาพ มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสมกับวัย และสอดคล้องกับต้นทุนการดำเนินงานจริง โดยจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาเมืองพัทยา และดำเนินการร่วมกับสำนักการศึกษานอกจากการดูแลด้านโภชนาการแล้ว เมืองพัทยายังเดินหน้าปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียน โดยอาคารเรียนระดับอนุบาลซึ่งมีอายุการใช้งานกว่า 30 ปี และอยู่ในสภาพทรุดโทรม ได้รับการอนุมัติงบประมาณก่อสร้างอาคารหลังใหม่ วงเงินประมาณ 26 ล้านบาท เพื่อรองรับการเรียนการสอนในระยะยาวระหว่างการก่อสร้าง โรงเรียนจะปรับใช้อาคารธาราน้ำเงินเป็นห้องเรียนชั่วคราวสำหรับนักเรียนระดับอนุบาล พร้อมปรับปรุงห้องเรียน ห้องน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อให้การเรียนการสอนดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องด้านสุขอนามัย เมืองพัทยายังได้ติดตั้งตาข่ายป้องกันนกพิราบบริเวณอาคารโดม เพื่อลดปัญหาสิ่งปฏิกูลและความเสี่ยงจากเชื้อโรค รวมถึงภายหลังการลงพื้นที่ คณะสมาชิกสภาเมืองพัทยายังได้ร่วมมอบ พัดลมติดผนัง ขนาด 16 นิ้ว จำนวน 4 ตัว เพื่อติดตั้งภายในห้องน้ำของโรงเรียน เพิ่มการระบายอากาศและยกระดับสุขอนามัยของนักเรียนอีกด้วย นายบรรจง กล่าวว่า การพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนเมืองพัทยา 10 ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการก่อสร้างอาคารเรียน แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของนักเรียนในทุกมิติ ทั้งด้านอาหาร สุขอนามัย และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กเกาะล้านได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพไม่แตกต่างจากโรงเรียนบนแผ่นดินใหญ่
การเมือง
พัทยารื้อของแก้บน “ต้นโพธิ์นาเกลือ” คืนโฉมแลนด์มาร์ก พร้อมปรับปรุงตลาดลานโพธิ์-ตลาดอาหารทะเลรับนักท่องเที่ยว Pattaya City Removes Offerings from Naklua Bodhi Tree, Revamps Landmark and Upgrades Lan Pho Seafood Market
เมืองพัทยาเดินหน้าจัดระเบียบ "ต้นโพธิ์นาเกลือ" รื้อสิ่งของแก้บนและของไหว้ออกจากพื้นที่ทั้งหมด พร้อมเตรียมยกระดับภูมิทัศน์และปรับปรุงตลาดลานโพธิ์-ตลาดอาหารทะเล เพื่อคืนภาพลักษณ์แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองและสร้างบรรยากาศที่ดีรองรับนักท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่บริเวณลานโพธิ์นาเกลือ เมืองพัทยา นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย ดร.วรพต พงษ์พาลี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายภาสกร อยู่สมบูรณ์ นางสาวสกาว แจ่มเจริญ สมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 1 นายสุริวัฒน์ เริ่มกิจการ ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จัดระเบียบบริเวณต้นโพธิ์นาเกลือ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและผู้ประกอบการว่า มีการนำสิ่งของมาบวงสรวง แก้บน และวางของไว้เป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อความเป็นระเบียบและภาพลักษณ์ของพื้นที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งของทั้งหมดที่ถูกนำมาวางไว้บริเวณต้นโพธิ์ ไม่ว่าจะเป็นชุดไทย ชุดสไบ ผ้า เครื่องเซ่นไหว้ ไม้ตะเคียน รวมถึงเศียรพระและชิ้นส่วนพระพุทธรูปที่ชำรุด ก่อนรวบรวมส่งมอบให้วัดตามความเหมาะสม พร้อมทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ เพื่อคืนความสะอาดและความเป็นระเบียบให้แก่ลานโพธิ์นาเกลือนายวุฒิศักดิ์ กล่าวว่า ต้นโพธิ์แห่งนี้เดิมปลูกไว้ในฐานะต้นไม้ที่มีความหมายทางพระพุทธศาสนา และเป็นสัญลักษณ์ของชุมชนนาเกลือ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้มีผู้คนเดินทางมากราบไหว้ ขอพร และแก้บน พร้อมนำสิ่งของมาวางและแขวนไว้จำนวนมาก จนทำให้สภาพพื้นที่เปลี่ยนไปจากวัตถุประสงค์เดิม อีกทั้งยังมีประชาชนและผู้ประกอบการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องว่ากระทบต่อภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวซึ่งหลังการจัดระเบียบ เมืองพัทยาจะไม่อนุญาตให้นำสิ่งของมาวางหรือแขวนบริเวณต้นโพธิ์อีก พร้อมมอบหมายให้สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้าดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการตัดแต่งกิ่งไม้ ปรับภูมิทัศน์ และศึกษาการติดตั้งไฟประดับ เพื่อยกระดับต้นโพธิ์นาเกลือให้กลับมาเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองพัทยาอีกครั้งทั้งนี้ เมืองพัทยาระบุว่า แม้ไม่สามารถห้ามความเชื่อส่วนบุคคลได้ แต่ขอความร่วมมือประชาชนงดนำสิ่งของมาวางหรือประกอบพิธีในพื้นที่ดังกล่าว หากพบการนำสิ่งของกลับมาวางอีก เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจัดเก็บทันที เพื่อป้องกันปัญหาเกิดซ้ำภายหลังจากการจัดระเบียบต้นโพธิ์ คณะผู้บริหารยังได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการปรับปรุง ตลาดลานโพธิ์นาเกลือและตลาดอาหารทะเล ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์จำหน่ายอาหารทะเลชื่อดังของเมืองพัทยา โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการจัดระเบียบร้านค้า เพิ่มความสะอาด และปรับภาพลักษณ์ตลาดให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงแนวทางปรับปรุงโครงสร้างหลังคาและเต็นท์ภายในตลาดอาหารทะเล เนื่องจากปัจจุบันยังไม่สามารถบังแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภายในตลาดมีอากาศค่อนข้างร้อน กระทบต่อทั้งผู้ค้าและนักท่องเที่ยว เมืองพัทยาจึงเตรียมศึกษาการเพิ่มพื้นที่ร่มเงาและปรับปรุงโครงสร้างให้เหมาะสม เพื่อยกระดับบรรยากาศการค้าขายและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่นาเกลืออย่างยั่งยืน
เทคโนโลยี
พัทยา–EEC เดินหน้าสู่เมืองอัจฉริยะ ภาครัฐ–เอกชน ผนึกกำลังดันเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และไมซ์ ด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต Pattaya and EEC Join Forces to Build a Smart Future City Through Innovation, Tourism and MICE Development
ชลบุรี, 22 กรกฎาคม 2569 – จังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยาเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) รองรับการเติบโตของเมืองแห่งอนาคตบริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด จัดงาน VNU Future Cities & Experiences Dinner Talk ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา จังหวัดชลบุรี เปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ ระบบคมนาคมและการจราจรอัจฉริยะ และเทคโนโลยีแสง สี เสียง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวนายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยาเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของ EEC ที่มีศักยภาพด้านการลงทุน อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมย้ำว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนด้าน นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้แทนการตลาดอุตสาหกรรมไมซ์ประจำภาคตะวันออก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) กล่าวว่า อุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองแห่งอนาคต เพราะนอกจากสร้างรายได้จากนักเดินทางเพื่อธุรกิจแล้ว ยังดึงดูดองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินลงทุน และเครือข่ายธุรกิจจากทั้งในและต่างประเทศเข้าสู่พื้นที่ สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องขณะที่ นางสาวปนัดดา ก๋งม้า รองประธานสายงานธุรกิจ บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด กล่าวว่า เมืองแห่งอนาคตไม่สามารถพัฒนาแบบแยกส่วน แต่ต้องเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี ทรัพยากร และประสบการณ์ของผู้คนเข้าด้วยกัน โดยบริษัททำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงหน่วยงานที่มีความต้องการจริงเข้ากับผู้พัฒนาเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อผลักดันให้เกิดการนำโซลูชันไปใช้ได้จริงภายในงานยังจัดเวทีเสวนาระดับผู้บริหาร โดยมี นายชุมพล เที่ยงธรรมดี ผู้อำนวยการส่วนบริหารและเผยแพร่วิชาการ เมืองพัทยา, นายณัฐชาคร อมรกุล ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 2 ฉะเชิงเทรา สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 กรมทรัพยากรน้ำ, นางสาววรอนงค์ วิจักษณ์โยธิน นักออกแบบแสงอิสระ และ นายภูมิ นิธิภาสกร ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแสงสถาปัตยกรรมบันเทิง ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการน้ำ การใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ตลอดจนการออกแบบแสงและการสร้างประสบการณ์ เพื่อยกระดับศักยภาพของเมืองท่องเที่ยว เมืองเศรษฐกิจ และเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนภายหลังการเสวนา นายดวงเด็ด ย้วยความดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด กล่าวว่า บริษัทมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตผ่าน 3 กลุ่มเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ ระบบคมนาคมอัจฉริยะ และเทคโนโลยีด้านแสง สี เสียง โดยใช้เวทีงานแสดงสินค้านานาชาติเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจจากทั่วโลก สำหรับแผนการจัดงานในช่วงต่อไป ประกอบด้วย Prolight + Sound Bangkok 2026 ระหว่างวันที่ 30 กันยายน–2 ตุลาคม 2569 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ, Aquatech Asia 2026 ระหว่างวันที่ 25–27 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และ Intertraffic Asia 2027 ระหว่างวันที่ 28–30 เมษายน 2570 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ โดยทั้งสามงานมุ่งเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากทั่วโลก เพื่อร่วมผลักดันการสร้างเมืองอัจฉริยะ เมืองน่าอยู่ และเศรษฐกิจแห่งอนาคตของประเทศไทย
ร้านเด็ด
สายมูพัทยา ต้องรู้จัก! "MATA Café" คาเฟ่แห่งแรกในเทวาลัย จิบกาแฟก่อนขอพรได้ในที่เดียว
คาเฟ่ที่ไม่ได้มีดีแค่กาแฟ แต่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่พักใจของผู้ศรัทธา ก่อนและหลังการสักการะองค์เทพฮินดู หลายคนอาจรู้จัก เทวาลัยมหากาลีอวตาร จักรวาลชนนี ในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ที่ศรัทธาองค์พระแม่กาลี พระพิฆเนศ และเหล่าเทพฮินดู แต่มีอีกหนึ่งมุมที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ นั่นคือ "MATA Café (มาตา คาเฟ่)" คาเฟ่ที่ตั้งอยู่ภายในเทวาลัย ซึ่งเปิดให้ผู้มาเยือนได้จิบกาแฟ พักผ่อน และเติมพลังใจก่อนหรือหลังการเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์และความศรัทธาไว้ในสถานที่เดียวMATA Café ถูกออกแบบให้กลมกลืนกับบรรยากาศของเทวาลัย ภายในตกแต่งด้วยโทนอบอุ่น เรียบหรู แฝงกลิ่นอายศิลปะฮินดู มีภาพองค์พระพิฆเนศ องค์พระแม่ลักษมี ระฆังมงคล และองค์ประกอบที่สื่อถึงความเป็นสิริมงคล ช่วยสร้างความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย แตกต่างจากคาเฟ่ทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนั่งพัก พูดคุย หรือใช้ช่วงเวลาเงียบ ๆ ก่อนเดินเข้าสักการะองค์เทพไฮไลต์ของร้านคือการตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสายมูที่เดินทางมายังเทวาลัย ผู้มาเยือนไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปหาร้านกาแฟด้านนอก สามารถแวะนั่งจิบเครื่องดื่ม เติมความสดชื่น หรือพักผ่อนหลังการไหว้พระได้ทันที ทำให้การเดินทางมาเทวาลัยในหนึ่งวัน ครบทั้งการทำบุญ พักผ่อน และท่องเที่ยวในเวลาเดียวกันสำหรับเมนูของร้านมีให้เลือกครบทั้งกาแฟสด ชา นม อิตาเลียนโซดา เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ รวมถึงเบเกอรี่และของหวานหลากหลายเมนู ราคาเริ่มต้นเพียง 38 บาท โดยอีกหนึ่งกิมมิกที่หลายคนสะดุดตา คือ เมนูของร้านทุกแก้วเลือกตั้งราคาลงท้ายด้วยเลข 8 ไม่ว่าจะเป็น 38, 48, 58, 68 หรือ 78 บาท ซึ่งเจ้าของร้านตั้งใจเลือกใช้เลขมงคลที่ตามความเชื่อหมายถึงความมั่งคั่ง ความเจริญรุ่งเรือง และโชคลาภ เพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ภายในเทวาลัยส่วนสายของหวานก็มีเมนูให้เลือกไม่น้อย ทั้งเค้กมะพร้าว เค้กส้ม เค้กช็อกโกแลต ขนมโฮมเมด และขนมเปี๊ยะไส้ไข่เค็ม เหมาะสำหรับรับประทานคู่กับกาแฟในช่วงเช้าหรือยามบ่าย พร้อมมุมนั่งพักที่สามารถมองเห็นบรรยากาศโดยรอบของเทวาลัยได้อย่างสบายตานอกจากความอร่อยแล้ว MATA Café ยังเป็นอีกหนึ่งมุมถ่ายภาพที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นมุมเครื่องดื่มกับฉากภาพองค์เทพฮินดู มุมกระจกที่รับแสงธรรมชาติ หรือมุมด้านหน้าร้านที่เชื่อมต่อกับสถาปัตยกรรมของเทวาลัย ทำให้ที่นี่ตอบโจทย์ทั้งสายคาเฟ่ สายคอนเทนต์ และผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาหลังจากแวะเติมพลังที่คาเฟ่แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินเข้าสักการะภายใน เทวาลัยมหากาลีอวตาร จักรวาลชนนี ซึ่งก่อตั้งขึ้นจากแรงศรัทธา เพื่อเป็นสถานที่บูชาสักการะองค์พระแม่กาลีและเหล่าเทพฮินดู สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เปิดให้เข้าสักการะทุกวัน เวลา 09.00-19.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ในพัทยา ที่ไม่ได้มีเพียงการนั่งจิบกาแฟหรือถ่ายภาพสวย ๆ แต่ยังได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความศรัทธาและความสงบ MATA Café จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่น่าสนใจ เพราะเป็นคาเฟ่ที่เชื่อมโยงการพักผ่อน ความอร่อย และการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลไว้ในสถานที่เดียวMATA Café (มาตา คาเฟ่) 📍 ภายในเทวาลัยมหากาลีอวตาร จักรวาลชนนี จ.พัทยา ☕ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น. 🛕 เทวาลัยเปิดให้เข้าสักการะ เวลา 09.00-19.00 น. 🎟️ เข้าสักการะฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
กองบรรณาธิการมาตรฐาน
BTV News สื่อดีที่รักคุณ