หมวดหมู่: ท่องเที่ยว
อัปเดตข่าวสารในหมวดหมู่นี้ทั้งหมด 7 รายการ
ท่องเที่ยว
เที่ยวงานเดียวเหมือนได้เที่ยว 25 จังหวัด! “สีสันแห่งศรัทธา” เนรมิตหาดพัทยาเป็นถนนวัฒนธรรม ชวนแต่งชุดไทย ชิมของอร่อย ช้อปของดีถึง 19 ก.ค.นี้
หากกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในพัทยาช่วงสุดสัปดาห์นี้ บริเวณชายหาดพัทยากลางกำลังถูกเนรมิตให้กลายเป็น “ถนนวัฒนธรรม” ขนาดใหญ่ ที่รวบรวมของดีจาก 25 จังหวัดภาคกลางมาไว้ในงานเดียว ภายใต้งาน “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร ภาคกลาง” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคม 2569เมื่อค่ำวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนางสาวคนึง ไข่ลือนาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมพิธีอย่างคึกคักกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ร่วมกับจังหวัดชลบุรีและสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง จัดงานขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการสร้างสังคมคุณธรรมด้วยพลัง “บวร” ซึ่งประกอบด้วย บ้าน วัด ศาสนสถาน และโรงเรียนหรือหน่วยงานภาครัฐ พร้อมต่อยอดทุนทางศาสนา วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดมูลค่าเพิ่มด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนตลอดแนวชายหาดพัทยากลางไปจนถึงบริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา เต็มไปด้วยร้านค้าชุมชน อาหารพื้นถิ่น ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม และกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาจากทั้ง 25 จังหวัดภาคกลาง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยว ชิมอาหารพื้นบ้าน และเลือกซื้อสินค้าชุมชนได้ในบรรยากาศริมทะเลเมืองพัทยาอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือ นิทรรศการ “ภูมิใจแต่งไทย ทั้งแผ่นดิน” ที่จัดแสดงบนพื้นทรายริมชายหาด โดยนำชุดไทยและชุดพื้นถิ่นอันทรงคุณค่าจากหลากหลายภูมิภาคมาจัดแสดงท่ามกลางแสงไฟยามค่ำคืนและฉากหลังของท้องทะเล สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานและกลายเป็นมุมถ่ายภาพยอดนิยมในทันทีภายในงานยังมีกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย การแสดงดนตรี การแสดงแสง สี เสียง นิทรรศการองค์ความรู้ด้านศาสนา และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับทุกเพศทุกวัยตลอดทั้งสามวัน จังหวัดชลบุรีและกรมการศาสนา จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมแต่งกายด้วยผ้าไทยหรือชุดไทย เข้าร่วมงาน “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร ภาคกลาง” ระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคม 2569 ณ ชายหาดพัทยากลาง เพื่อร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย สนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน และร่วมภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
ท่องเที่ยว
บาร์บีคิวพลาซ่าเปิดตัวเมนูใหม่รอบ 39 ปี ส่งวากิว-คอหมูพรีเมียม-แซลมอนซาชิมิ เสิร์ฟนักชิมพัทยา Bar B Q Plaza Launches Biggest Menu Revamp in 39 Years, Serving Premium Wagyu, Pork Delicacies and Sashimi-Grade Salmon to Pattaya Diners
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ร้านบาร์บีคิวพลาซ่า สาขาเซ็นทรัล พัทยา บีช อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด จัดกิจกรรมเปิดตัวเมนูใหม่ภายใต้แนวคิด Menu Vision 2026 : One Size Fits One ซึ่งถือเป็นการปรับเมนูครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 39 ปีของแบรนด์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความชื่นชอบและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้นนายรัฐ ตระกูลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของบาร์บีคิวพลาซ่า โดยมีจำนวนสาขามากเป็นอันดับสองของประเทศรองจากกรุงเทพมหานคร และยังเป็นจังหวัดที่มีกำลังซื้อสูง จากการเป็นทั้งเมืองอุตสาหกรรม แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ดึงดูดผู้คนจากหลากหลายอาชีพเข้ามาใช้ชีวิตและทำงานปัจจุบัน บาร์บีคิวพลาซ่ามีทั้งหมด 9 สาขาในจังหวัดชลบุรี ได้แก่ สาขาแปซิฟิค พาร์ค ศรีราชา, บิ๊กซี ชลบุรี, เซ็นทรัล พัทยา บีช, เซ็นทรัล ชลบุรี, เซ็นทรัล มารีนา เอาต์เล็ต, โรบินสัน ชลบุรี, เทอร์มินอล 21 พัทยา, โรบินสัน บ่อวิน และเซ็นทรัลพลาซ่า ศรีราชา โดยตลอดระยะเวลากว่า 26 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ได้เติบโตเคียงข้างชาวชลบุรีมาตั้งแต่การเปิดสาขาแรกในอำเภอศรีราชาเมื่อปี 2543สำหรับไฮไลต์ของการปรับเมนูครั้งนี้ คือการเพิ่มทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคที่มีความชื่นชอบแตกต่างกัน เริ่มจาก ชุดพรีเมียมวากิวและชุดทรีโอวากิว ที่คัดสรรเนื้อวากิว 3 ส่วน ได้แก่ สันคอ ใบพาย และคารูบิ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มยากินิกุสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของแอปเปิ้ลสดปั่นทุกวัน เพื่อเพิ่มรสชาติและความกลมกล่อมของเนื้อย่างด้านคนรักเมนูหมู บาร์บีคิวพลาซ่าได้เปิดตัว ชุดพรีเมียมหมูและชุดทรีโอพรีเมียมหมู โดยมีไฮไลต์คือ คอหมูทงโทโระ ซึ่งเป็นส่วนพิเศษของหมูที่มีปริมาณจำกัด ให้เนื้อนุ่มเด้งและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเมนูเยอรมันเบคอนและชุดพิเศษสำหรับสายหมูโดยเฉพาะขณะที่กลุ่มผู้ชื่นชอบอาหารทะเลและเมนูปลาดิบ ยังได้เพิ่มทางเลือกใหม่ด้วย แซลมอนเกรดซาชิมิ ทั้งในรูปแบบแซลมอนซาชิมิ ยำแซลมอน และแซลมอนแซ่บ รวมถึงชุดซูเปอร์ซีฟู้ดกุ้งจัมโบ้และชุดทรีโอซีฟู้ด เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดปั่นสดทุกวันนอกจากนี้ บาร์บีคิวพลาซ่ายังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ภายในร้าน โดยเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ ๆ อาทิ ที่วางโทรศัพท์มือถือสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและไลฟ์สด หมวกคลุมผม ยางรัดผม สเปรย์ลดกลิ่นติดเสื้อผ้า รวมถึงที่นั่งสำหรับเด็ก เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้เวลาร่วมกันบนโต๊ะอาหารได้อย่างสะดวกสบายและมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้นนายรัฐ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 26 ปีที่ผ่านมา บาร์บีคิวพลาซ่าเปรียบเสมือน “เขยเมืองชล” ที่ได้รับการต้อนรับและความไว้วางใจจากชาวชลบุรีมาโดยตลอด ตั้งแต่มื้ออาหารของครอบครัว การเฉลิมฉลอง ไปจนถึงการพบปะสังสรรค์ในชีวิตประจำวัน และความไว้วางใจดังกล่าวคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้แบรนด์ยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งทั้งนี้ เมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติและศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีผู้บริโภคหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ทั้งคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารต้องพัฒนาเมนูและบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปและมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น
เปิดแล้ว! “โป๊ะประมงนาเกลือ” จุดชมพระอาทิตย์ตกแห่งใหม่ของพัทยา เช็กอิน กินซีฟู้ด เที่ยวครบในที่เดียว New Sunset Spot in Pattaya: Naklua Fishing Pier Becomes the City's Latest Seaside Landmark
หากพูดถึง “ลานโพธิ์นาเกลือ” หลายคนคงนึกถึงตลาดอาหารทะเลสดและอาหารทะเลปรุงสุกชื่อดังของเมืองพัทยา ที่มีทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา สดใหม่จากทะเล และร้านอาหารซีฟู้ดให้เลือกนั่งรับประทานในบรรยากาศริมทะเลแบบสบาย ๆแต่วันนี้ ลานโพธิ์นาเกลือไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายของสายกินอีกต่อไป เพราะบริเวณดังกล่าวกำลังมีแลนด์มาร์กแห่งใหม่เกิดขึ้น หลังโครงการเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถีและส่งเสริมประมงพื้นบ้านนาเกลือ ในส่วนของ “โป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ” เฟสแรก ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่องด้วยลักษณะของโป๊ะที่ยื่นออกไปในทะเล ทำให้สามารถมองเห็นวิวทะเลแบบเปิดกว้าง โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า บรรยากาศเงียบสงบของชุมชนประมงเก่าแก่ ผสานกับแสงสีทองยามเย็น กลายเป็นอีกหนึ่งมุมชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามไม่แพ้ชายหาดพัทยาหรือแหลมบาลีฮายนอกจากนี้ เมืองพัทยายังมีแนวคิดในการต่อยอดพื้นที่แห่งนี้ให้สอดคล้องกับวิถีประมงพื้นบ้าน ทั้งการเปิดพื้นที่สำหรับกิจกรรมตกปลา ตกหมึก และการพักผ่อนริมทะเล ซึ่งในอนาคตอาจกลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของนาเกลือมากยิ่งขึ้นสำหรับสายถ่ายภาพและนักสร้างคอนเทนต์ “โป๊ะประมงนาเกลือ” ยังถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินแห่งใหม่ของเมืองพัทยา เพราะสามารถเก็บภาพได้ทั้งวิวทะเล วิถีชุมชนประมง และพระอาทิตย์ตกในมุมที่แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นของเมืองจากเดิมที่ลานโพธิ์นาเกลือเป็นเพียงตลาดซีฟู้ดชื่อดัง วันนี้พื้นที่แห่งนี้กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชนที่เชื่อมโยงอาหาร วัฒนธรรมประมง และการพักผ่อนริมทะเลเข้าด้วยกัน จนมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของนาเกลือและเมืองพัทยาในอนาคต
ท่องเที่ยว
เปิดมุมพักผ่อนใจกลางพัทยา! JB Boutique Hotel โรงแรมบูทีคสุดอบอุ่น เริ่มต้นเพียง 800 บาท ห้องกว้าง ทำเลดี ใกล้ Walking Street Discover a Cozy Stay in Central Pattaya at JB Boutique Hotel – Spacious Rooms from Just THB 800, Minutes from Walking Street
พัทยาไม่ได้มีเพียงโรงแรมหรูระดับห้าดาวเท่านั้น หากใครกำลังมองหาที่พักคุณภาพดีในงบประมาณสบายกระเป๋า JB Boutique Hotel บริเวณปากซอยพระตำหนัก ซอย 1 ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง ห้องพักกว้างขวาง บรรยากาศเงียบสงบ และราคาเริ่มต้นเพียง 800 บาทต่อคืนโรงแรมมีห้องพักทั้งหมด 29 ห้อง ภายใต้แนวคิดโรงแรมบูทีคที่เน้นการบริการแบบใกล้ชิด ด้วยจำนวนห้องพักที่ไม่มาก ทำให้ทีมงานสามารถดูแลผู้เข้าพักได้อย่างทั่วถึง สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองตั้งแต่ก้าวแรกที่เช็กอินแม้จะเป็นโรงแรมในระดับราคาหลักร้อย แต่ห้องพักกลับมีพื้นที่กว้าง โปร่ง โล่งสบาย ไม่อึดอัด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์จอแบน ตู้เย็นขนาดเล็ก กาต้มน้ำไฟฟ้า ตู้นิรภัย ห้องน้ำส่วนตัว และบริการอินเทอร์เน็ต Wi-Fi ฟรี เหมาะสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน และผู้ที่เดินทางมาติดต่อธุรกิจในเมืองพัทยาห้องพักมีให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่ Standard Room, Superior King Room, Deluxe Pool View Room และ Family Room รองรับผู้เข้าพักตั้งแต่ 2 คน ไปจนถึงครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน โดยตกแต่งในโทนสีขาว-น้ำเงิน ให้ความรู้สึกสะอาด สบายตา สำหรับห้อง Deluxe Pool View Room ยังมีระเบียงส่วนตัว สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำและพื้นที่สีเขียวภายในโรงแรม เพิ่มบรรยากาศแห่งการพักผ่อน แม้อยู่ใจกลางเมืองท่องเที่ยวอีกหนึ่งจุดเด่นคือ ทำเลที่ตั้ง ซึ่งสามารถเดินทางไปยัง Walking Street, ชายหาดพัทยา, ท่าเรือแหลมบาลีฮาย รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และคาเฟ่ชื่อดังได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังมีรถสองแถววิ่งผ่านหน้าโรงแรมตลอดทั้งวัน ช่วยให้การเดินทางภายในเมืองเป็นเรื่องง่ายโดยไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวภายในโรงแรมยังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ล็อบบี้ ห้องอาหาร และแผนกต้อนรับที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงนอกจากนี้ยังมี ห้องอาหารอินเดีย ที่เปิดให้บริการทั้งผู้เข้าพักและบุคคลทั่วไป เสิร์ฟเมนูอาหารอินเดียต้นตำรับ รวมถึงอาหารนานาชาติ โดยช่วงเช้ามีบริการทั้ง Indian Breakfast และ American Breakfast ส่วนมื้อค่ำมีเมนูอาหารและชุดดินเนอร์ในราคาเริ่มต้นประมาณ 200 บาท ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ Mr. Suresh Bhatt ที่ปรึกษาด้านธุรกิจ เปิดเผยว่า JB Boutique Hotel เดิมเปิดให้บริการในชื่อ Kudos Boutique ก่อนจะมีการปรับโฉมและยกระดับการให้บริการใหม่ โดยยังคงจุดแข็งด้านทำเล ซึ่งอยู่ใกล้ Walking Street, ชายหาดพัทยา และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง พร้อมมุ่งเน้นการบริการที่เป็นกันเอง เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าพักทุกคนด้าน Mr. Jatin Vadi ผู้บริหาร JB Boutique Hotel กล่าวว่า หลังจากมีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวพัทยาและประทับใจเสน่ห์ของเมืองแห่งนี้ จึงตัดสินใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจโรงแรม โดยตั้งใจสร้างที่พักที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สะดวกสบาย และใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ผู้เข้าพักได้รับประสบการณ์ที่ดีและอยากกลับมาใช้บริการอีกครั้งด้วยทำเลที่ตั้งที่เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ห้องพักที่กว้างขวาง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การบริการที่อบอุ่น และราคาที่เข้าถึงได้ JB Boutique Hotel จึงเป็นอีกหนึ่งที่พักน่าจับตามองของเมืองพัทยา เหมาะสำหรับการเดินทางทั้งแบบครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือผู้ที่เดินทางมาทำงาน โดยเริ่มต้นเพียง 800 บาทต่อคืน ก็สามารถสัมผัสการพักผ่อนใจกลางเมืองได้อย่างคุ้มค่า รายละเอียดสถานที่JB Boutique Hotel 📍 ปากซอยพระตำหนัก ซอย 1 เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีประเภทที่พัก Boutique Hotel จำนวน 29 ห้องพัก ประเภทห้องพัก Standard Room Superior King Room Deluxe Pool View Room Family Room สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำกลางแจ้ง Wi-Fi ฟรี ห้องอาหาร ที่จอดรถ แผนกต้อนรับ 24 ชั่วโมง ห้องพักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องอาหาร Indian Breakfast American Breakfast อาหารอินเดียต้นตำรับ อาหารนานาชาติ Dinner Set เริ่มต้นประมาณ 200 บาท ราคาเริ่มต้น ห้องพักเริ่มต้นประมาณ 800 บาท/คืน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาและโปรโมชั่น)
ท่องเที่ยว
เมืองพัทยาเคาะทดลองเปิดโป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ 24 ชั่วโมง 1 เดือน วางกฎเข้มก่อนประเมินผลใช้งานระยะยาว Pattaya City to Pilot 24-Hour Opening of Naklua Traditional Fishing Pier for One Month Under Strict Regulations
(30 มิ.ย. 69) ที่สวนสาธารณะลานโพธิ์นาเกลือ เมืองพัทยา จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับแนวทางบริหารจัดการ โป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถีและส่งเสริมประมงพื้นบ้านนาเกลือ โดยมี นายวรพต พงษ์พาลี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุง ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่างประชาชนกับเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายวิสิฐศักดิ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาการท่องเที่ยว สำนักการท่องเที่ยวและกีฬา เมืองพัทยา ร่วมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า ชาวประมง และประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นและแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ ก่อนที่เมืองพัทยาจะกำหนดมาตรการใช้งานอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายให้การใช้พื้นที่เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งด้านการท่องเที่ยว การส่งเสริมวิถีประมงพื้นบ้าน และการรักษาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนโดยรอบตลอดการประชุม มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยประเด็นสำคัญคือช่วงเวลาเปิด-ปิดโป๊ะเทียบเรือ ซึ่งมีทั้งข้อเสนอให้เปิดถึงเวลา 21.00 น. 22.00 น. หรือเที่ยงคืน ขณะที่ประชาชนอีกจำนวนหนึ่งเห็นว่าควรเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ต้องมีมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เนื่องจากเริ่มพบกลุ่มวัยรุ่นเข้าไปใช้พื้นที่ในช่วงกลางคืน ส่งเสียงดัง และเกรงว่าจะเกิดการมั่วสุม หากไม่มีการกำกับดูแลที่เหมาะสมด้านกลุ่มผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้าเห็นว่า หากเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง จะช่วยสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้มากขึ้น แต่ต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงบังคับใช้กฎระเบียบอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนภายหลังการหารือร่วมกัน ทุกฝ่ายได้ข้อสรุปเบื้องต้นให้ ทดลองเปิดใช้งานโป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 1 เดือน พร้อมกำหนดกฎระเบียบควบคู่กันไป ก่อนประเมินผลการใช้งานและพิจารณาแนวทางบริหารจัดการที่เหมาะสมในระยะยาวสำหรับมาตรการในช่วงทดลอง กำหนดให้ประชาชนสามารถใช้พื้นที่สำหรับกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีประมงและการท่องเที่ยว อาทิ ตกปลา ตกหมึก และพักผ่อนชมทัศนียภาพริมทะเล ขณะที่ ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามรับประทานอาหาร ห้ามส่งเสียงดัง และห้ามนำรถทุกชนิดลงบนโป๊ะโดยเด็ดขาด พร้อมติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ข้อปฏิบัติและข้อห้าม 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน รวมถึงติดตั้งกล้องวงจรปิด และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ตามมาตรการของเมืองพัทยา ทั้งนี้ โป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถีและส่งเสริมประมงพื้นบ้านนาเกลือ ที่เมืองพัทยาพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับพื้นที่ Old Town นาเกลือ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีประมง เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับชุมชน พร้อมเพิ่มพื้นที่พักผ่อน จุดชมวิวริมทะเล และรองรับกิจกรรมที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของชุมชนประมงพื้นบ้าน เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ ควบคู่กับการอนุรักษ์วิถีชีวิตและเสน่ห์ของชุมชนนาเกลือให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน
ท่องเที่ยว
เที่ยวพัทยาไม่ง้อทะเล! “บ้านไร่นายหนิง” Family Farm Destination แห่งใหม่ของตะเคียนเตี้ย เอาใจเด็กและครอบครัว
หากพูดถึง “ตะเคียนเตี้ย” หลายคนอาจนึกถึงอาหารพื้นบ้านชื่อดังอย่าง “แกงไก่กะลา” หรือร้านอาหารป่ารสจัดจ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน แต่วันนี้พื้นที่สีเขียวแห่งนี้กำลังมีจุดเช็กอินใหม่ที่น่าจับตามอง สำหรับครอบครัวที่มองหาสถานที่พักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ และใกล้ตัวเมืองพัทยา “บ้านไร่นายหนิง Cafe & Farm” กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของตำบลตะเคียนเตี้ย ที่รวบรวมทั้งคาเฟ่ ฟาร์มสัตว์ กิจกรรมสำหรับเด็ก และพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติไว้ในพื้นที่เดียว บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นและวิถีชุมชนที่ยังคงเสน่ห์แบบชนบทเอาไว้ได้อย่างลงตัว จุดเด่นของที่นี่คือโซน Family Farm และ Mini Zoo ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ใกล้ชิดกับสัตว์อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งกระต่าย ม้า แพะ เป็ด ห่าน และสัตว์เลี้ยงอีกหลายชนิด พร้อมกิจกรรมให้อาหารสัตว์และถ่ายภาพแบบใกล้ชิด สร้างประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียนที่ได้รับความนิยมจากครอบครัวที่พาบุตรหลานมาใช้เวลาร่วมกันในวันหยุด นอกจากนี้ ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ยังมีการนำสัตว์แปลกและสัตว์เลี้ยง Exotic หมุนเวียนมาให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสและเรียนรู้เพิ่มเติม อาทิ อีกัวน่า กิ้งก่าเครา และสัตว์หาชมยากชนิดต่าง ๆ เพิ่มสีสันให้กับบรรยากาศภายในฟาร์มอยู่เสมอ อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจคือโซน Workshop และ Cooking Class สำหรับเด็ก ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ลงมือสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง ทั้งงานศิลปะ งานประดิษฐ์ และกิจกรรมทำอาหาร ช่วยส่งเสริมจินตนาการ การเรียนรู้ และการใช้เวลาร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว สำหรับสายกิจกรรมกลางแจ้ง ภายในพื้นที่ยังมีสนาม ATV สำหรับเด็ก รวมถึงลานกิจกรรมขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับกิจกรรมครอบครัวได้หลากหลายรูปแบบ ขณะที่ผู้ปกครองสามารถนั่งพักผ่อน จิบกาแฟ หรือชมวิวธรรมชาติได้อย่างสบาย ในส่วนของคาเฟ่ มีทั้งเครื่องดื่ม ขนม และมุมถ่ายภาพสไตล์ฟาร์มที่กำลังได้รับความนิยมบนโลกออนไลน์ ส่วนช่วงเย็นบรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นโซนรับประทานอาหารกลางแจ้ง พร้อมเมนูหมูกระทะ แจ่วฮ้อน และอาหารจานเดียว ท่ามกลางวิวทุ่งหญ้าและแสงไฟยามค่ำคืนที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับพื้นที่แห่งนี้ ในอนาคตทางฟาร์มยังมีแผนพัฒนาพื้นที่ลานกางเต็นท์และกิจกรรมกลางแจ้งเพิ่มเติม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น บ้านไร่นายหนิง Cafe & Farm เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. ตั้งอยู่ภายในซอยตะเคียนเตี้ย 45 อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งสายคาเฟ่ สายครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหามุมพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติไม่ไกลจากเมืองพัทยา
ท่องเที่ยว
POP MART บุกพัทยา เปิดแลนด์มาร์ก Art Toy ริมชายหาดแห่งแรกของโลก พร้อมเปิดสโตร์ใหม่กลางเมืองท่องเที่ยว
พัทยาเดินหน้าสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ครั้งใหม่ เมื่อ POP MART แบรนด์ Art Toy ระดับโลก ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และเมืองพัทยา เปิดตัวโครงการ “POP ON THE BEACH” แลนด์มาร์ก Art Toy ริมชายหาดแห่งแรกของโลก บริเวณชายหาดพัทยากลาง พร้อมเปิด POP MART Official Store สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา อย่างเป็นทางการโครงการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างสีสันให้กับเมืองพัทยา โดยนำคาแรกเตอร์ยอดนิยมจาก POP MART มาจัดแสดงในรูปแบบประติมากรรมขนาดใหญ่ริมชายหาด เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ร่วมถ่ายภาพ เช็กอิน และสัมผัสบรรยากาศ Pop Culture ท่ามกลางวิวทะเลพัทยาแลนด์มาร์ก “POP ON THE BEACH” ถูกออกแบบให้เป็นจุดหมายใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวและนักสะสม Art Toy ที่เดินทางมายังพัทยา โดยตั้งอยู่บริเวณชายหาดพัทยากลาง ซึ่งสามารถเข้าชมและถ่ายภาพได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2569นอกจากการจัดแสดงริมชายหาดแล้ว POP MART ยังได้เปิด POP MART Official Store ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา อย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบ Art Toy จากทั่วโลก ภายในร้านรวบรวมสินค้าลิขสิทธิ์แท้และคอลเลกชันยอดนิยมของ POP MART ไว้อย่างครบครัน พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ใจกลางเมืองพัทยาการเปิดตัวโครงการครั้งนี้เป็นการแสดงถึงศักยภาพของพัทยาในการพัฒนาเมืองสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ศิลปะร่วมสมัย และวัฒนธรรม Pop Culture ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างการใช้จ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปชมแลนด์มาร์ก “POP ON THE BEACH” ได้ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง และเลือกซื้อสินค้าจาก POP MART Official Store ได้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป