โฆษณาผู้สนับสนุน

หมวดหมู่: ท่องเที่ยว

อัปเดตข่าวสารในหมวดหมู่นี้ทั้งหมด 11 รายการ

เป็ดย่างเกลือ 399 บาท Two Brothers Chill 90’s ย่างกว่า 1 ชม. วันละนับร้อยตัว ท่องเที่ยว

วันละนับร้อยตัวยังหมดหัวค่ำ! เปิดเตา “เป็ดย่างเกลือ” 399 บาท ย่างกว่า 1 ชั่วโมง ทีเด็ด Two Brothers Chill 90’s จอมเทียน

หากเดินเข้าไปใน Two Brothers Chill 90’s Restaurant Jomtien Pattaya แล้วเห็นหลายโต๊ะมีเป็ดสีเหลืองน้ำตาลวางอยู่กลางโต๊ะ ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะนี่คือ “เป็ดย่างเกลือ” หนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่กำลังได้รับความนิยม จนทางร้านต้องเตรียมไว้รองรับลูกค้าวันละนับร้อยตัว แต่บางวันก็ยังขายหมดตั้งแต่ช่วงหัวค่ำความน่าสนใจของเมนูนี้ไม่ได้มีเพียงราคาที่ ตัวละ 399 บาท แต่ยังอยู่ที่กรรมวิธีการทำ เพราะเป็ดแต่ละตัวต้องใช้เวลาย่าง นานกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อค่อย ๆ ไล่ความชื้นและไขมันออก จนหนังด้านนอกแห้งและกรอบ พร้อมกลิ่นหอมจากการย่าง ก่อนนำขึ้นจากเตามาสับเป็นชิ้นพอดีคำพร้อมเสิร์ฟเมื่อเป็ดมาถึงโต๊ะ จะเห็นหนังที่ผ่านการย่างจนขึ้นสีสวย ขณะที่ด้านในยังมีเนื้อให้ได้เคี้ยวเต็มคำ โดยสามารถลองชิมแบบไม่ต้องจิ้มเพื่อรับรสของเป็ดย่างก่อน หรือจะเพิ่มรสชาติด้วย น้ำจิ้ม 2 รสชาติ ที่เสิร์ฟมาคู่กันก็เลือกได้ตามความชอบแต่ถ้าใครตั้งใจเดินทางมาเพื่อเมนูนี้โดยเฉพาะ อาจต้องเผื่อเวลากันสักหน่อย เพราะด้วยกรรมวิธีที่เป็ดหนึ่งตัวต้องใช้เวลาย่างมากกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้จำนวนที่สามารถผลิตได้ในแต่ละวันมีข้อจำกัด แม้ทางร้านจะเตรียมเป็ดไว้ วันละนับร้อยตัว แต่ด้วยจำนวนลูกค้าที่สั่งอย่างต่อเนื่อง จึงมีบางวันที่ขายหมดตั้งแต่ช่วงหัวค่ำจาก “เป็ดย่างเกลือ” บนเตา ผ่านเวลาย่างกว่าหนึ่งชั่วโมง ก่อนถูกสับลงจาน จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเมนูที่สร้างภาพจำให้กับ Two Brothers Chill 90’s จอมเทียน โดยเฉพาะคนที่ชอบเป็ดย่างแบบเน้นหนังแห้งกรอบ ซึ่งราคาตัวละ 399 บาทสามารถสั่งเป็นเมนูกลางแบ่งกันรับประทานได้ส่วนบรรยากาศของร้านในช่วงค่ำจะเปลี่ยนมาเป็นอีกอารมณ์ มี ดนตรีสด พร้อมเพลงคุ้นหูทั้งเพลงยุค 90’s และเพลงฮิตหลากหลายแนว รวมถึงมีไวน์ให้เลือกสำหรับผู้ที่อยากนั่งรับประทานอาหารพร้อมจิบเครื่องดื่มและฟังเพลงแบบยาว ๆนอกจากนี้ Two Brothers Chill 90’s ยังเพิ่มสีสันด้วยการจัดคอนเสิร์ตศิลปิน โดยครั้งนี้ได้ “ไผ่ พงศธร” มาร่วมสร้างความสนุกบนเวที ให้แฟนเพลงได้ชมและฟังเพลงกันแบบใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศการรับประทานอาหารในช่วงค่ำสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานที่รวมกลุ่ม ทางร้านยังรองรับทั้ง งานเลี้ยงสังสรรค์ งานวันเกิด และกรุ๊ปสัมมนา พร้อมส่วนลด 10% สำหรับการจัดงาน รองรับทั้งกลุ่มเพื่อน ครอบครัว องค์กร และบริษัทใครอยากรู้ว่า “เป็ดย่างเกลือ” ที่ต้องใช้เวลาย่างกว่า 1 ชั่วโมง และเตรียมวันละนับร้อยตัวยังมีหมดตั้งแต่หัวค่ำ จะมีความแห้งกรอบและรสชาติเป็นอย่างไร คงต้องมาลองด้วยตัวเองTwo Brothers Chill 90’s Restaurant Jomtien Pattaya ตั้งอยู่บนถนนจอมเทียนสาย 2 ข้างคอนโด The Riviera เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00–01.00 น. สำรองโต๊ะ โทร. 061-408-4545

ท่องเที่ยว

โบลท์ ประเทศไทย บุกพัทยา! เปิดโครงการ “Bolt Sure” หนุนคนขับเข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย

โบลท์ ประเทศไทย  บุกพัทยา! เปิดโครงการ “Bolt Sure” หนุนคนขับเข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย เผยต่างชาติใช้บริการสูงกว่ากรุงเทพฯ ตั้งเป้าใบอนุญาตครบ 100% ก.ย.นี้          เดินหน้ายกระดับมาตรฐานบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน เปิดโครงการ “Bolt Sure” สนับสนุนพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมยกกิจกรรม “Booster Days” ลงพื้นที่สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอบางละมุง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 อำนวยความสะดวกคนขับในพื้นที่พัทยา ขณะที่บริษัทเผย พัทยาเป็นตลาดสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้โดยสารต่างชาติที่มีสัดส่วนการใช้บริการสูงกว่ากรุงเทพฯ พร้อมเดินหน้าสร้างแรงจูงใจและปรับบริการให้สอดคล้องกับต้นทุนของผู้ขับขี่ในพื้นที่นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป ประจำโบลท์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการ “Bolt Sure” จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่สามารถดำเนินการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่านช่องทางดิจิทัลของโบลท์ โดยมีทีมงานคอยให้คำแนะนำ ตรวจสอบเอกสาร และช่วยเหลือในแต่ละขั้นตอน เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายสำหรับ เมืองพัทยา บริษัทมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญ เนื่องจากมีผู้ขับขี่จำนวนมากให้ความสนใจเข้าสู่ระบบ ขณะเดียวกันพัทยายังมีโครงสร้างผู้โดยสารที่แตกต่างจากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาตินายณัฐดนย์ ระบุว่า หากพิจารณาสัดส่วนผู้ใช้บริการในพัทยา จะพบว่ามีชาวต่างชาติใช้บริการค่อนข้างมาก และมีสัดส่วนสูงกว่ากรุงเทพฯ สะท้อนถึงลักษณะเฉพาะของพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ บริษัทจึงพยายามพัฒนาฐานลูกค้าให้มีความหลากหลาย รวมถึงออกมาตรการจูงใจ โบนัส และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับผู้ขับขี่พร้อมกันนี้ บริษัทยังพยายามปรับมาตรการด้านแรงจูงใจและราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่ในพื้นที่พัทยา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่และรักษาสมดุลของระบบบริการในพื้นที่ท่องเที่ยวล่าสุด วันที่ 21 สิงหาคม โบลท์ได้นำกิจกรรม “Booster Days” มาจัดที่สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอบางละมุง เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ช่วยตรวจสอบเอกสาร และอำนวยความสะดวกด้านการลงทะเบียน โดยพบว่ามีผู้ขับขี่ให้ความสนใจเข้าร่วมและเร่งดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อกำหนดนายณัฐดนย์ กล่าวว่า การตอบรับของผู้ขับขี่ในพื้นที่สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวในการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ขณะที่แนวนโยบายของภาครัฐในการผลักดันให้ผู้ให้บริการและผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎหมายถือเป็นทิศทางที่ดี ซึ่งโบลท์ให้ความสำคัญและพร้อมสนับสนุนอย่างต่อเนื่องนอกจากการให้คำปรึกษาแล้ว โบลท์ยังใช้มาตรการจูงใจทางการเงิน โดยผู้ขับขี่ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะและอัปโหลดเข้าสู่ระบบจะได้รับโบนัส 500 บาท พร้อมสิทธิ์ส่วนลดอัตราค่าคอมมิชชันพิเศษ โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับส่วนลด 6% และรถยนต์ได้รับส่วนลด 5%บริษัทระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มโครงการสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายในปี 2568 ได้ลงทุนไปแล้วกว่า 30 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ขับขี่ในการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะและจดทะเบียนยานพาหนะให้ถูกต้องตามกฎหมายทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2569 โบลท์กำหนดให้ผู้ขับขี่รายใหม่ทุกคนต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะก่อนเข้าร่วมแพลตฟอร์ม สอดคล้องกับแนวนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการยกระดับมาตรฐานบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันข้อมูลของบริษัทระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคม 2568 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 มีผู้ขับขี่บนแพลตฟอร์มได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะแล้วมากกว่า 100,000 ราย และตั้งเป้าให้ผู้ขับขี่บนแพลตฟอร์มดำเนินการอย่างถูกต้องครบ 100% ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569นายณัฐดนย์กล่าวว่า ผู้ขับขี่หลายหมื่นคนทั่วประเทศพึ่งพาแพลตฟอร์มในการสร้างรายได้ บริษัทจึงมองว่าการปฏิบัติตามกฎหมายไม่ควรกลายเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพ “Bolt Sure” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าถึงเครื่องมือ คำแนะนำ และแรงจูงใจที่จำเป็นได้ง่ายขึ้นบริษัทเชื่อว่าการลดอุปสรรคในการปฏิบัติตามกฎหมายจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร ภาครัฐ และระบบคมนาคมโดยรวม พร้อมเดินหน้าลงทุนและพัฒนาโครงการ เพื่อยกระดับบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันให้มีความปลอดภัย โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง พัทยา ที่มีทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้บริการเป็นจำนวนมาก

บรรยากาศกิจกรรม The Feminine Escape by Once Yachting x Girl Healing Club บนเรือยอชท์กลางทะเลพัทยา ท่องเที่ยว

“The Feminine Escape” พา Wellness ลงเรือยอชท์ Once Yachting x Girl Healing Club เติมสีสันทะเลพัทยา

Once Yachting x Girl Healing Club เปิดประสบการณ์ “The Feminine Escape” เติมสีสัน Wellness กลางทะเลพัทยาเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 Once Yachting ร่วมกับ Girl Healing Club จัดกิจกรรม “The Feminine Escape by Once Yachting x Girl Healing Club” ในพื้นที่เมืองพัทยา ถ่ายทอดอีกหนึ่งรูปแบบของกิจกรรม Wellness และไลฟ์สไตล์ ผ่านประสบการณ์การพักผ่อนบนเรือยอชท์ ท่ามกลางบรรยากาศและทัศนียภาพของทะเลพัทยากิจกรรมจัดขึ้นระหว่างเวลา 09.00–15.00 น. โดยผู้เข้าร่วมได้ใช้เวลาร่วมกันผ่านกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งการดูแลตัวเอง การเคลื่อนไหวร่างกาย และการพักผ่อนในบรรยากาศกลางทะเล ซึ่งแตกต่างจากการทำกิจกรรม Wellness ในพื้นที่หรือสตูดิโอทั่วไปหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายในงานคือ Movement Session นำโดยทีมครูผู้มีประสบการณ์จาก Jetts Thailand ที่นำการเคลื่อนไหวร่างกายมาผสมผสานกับการผ่อนคลาย ก่อนเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ทำกิจกรรม พักผ่อน และใช้เวลาร่วมกันบนเรือยอชท์ ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเองและวิวทะเลพัทยานอกจากกิจกรรม Wellness แล้ว ภายในงานยังมีช่วงเวลาสำหรับการพักผ่อน การถ่ายภาพ และกิจกรรมร่วมกันของผู้เข้าร่วม สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสันและความสนุกตลอดทั้งวัน สะท้อนอีกหนึ่งรูปแบบของกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่สามารถเชื่อมโยงการดูแลตัวเองเข้ากับการท่องเที่ยวทางทะเลได้อย่างน่าสนใจสำหรับกิจกรรม “The Feminine Escape” ครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Once Yachting และ Girl Healing Club พร้อมได้รับการสนับสนุนจากหลากหลายแบรนด์และพาร์ตเนอร์ ได้แก่ House of Black Magic, Luster BKK, Drink Me Thailand, Fusion Seltzer, Skin Syrup, Bizgenes, Amazing Thailand และ Central Pattaya ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มประสบการณ์ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม การนำกิจกรรม Wellness มาผสมผสานกับบรรยากาศของเรือยอชท์และทะเลพัทยา นับเป็นอีกหนึ่งสีสันของกิจกรรมไลฟ์สไตล์ในพื้นที่ ซึ่งช่วยนำเสนอภาพของพัทยาในมุมที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในฐานะเมืองท่องเที่ยวทางทะเลและจุดหมายปลายทางสำหรับกิจกรรมด้านสุขภาพ การพักผ่อน และไลฟ์สไตล์

กลุ่มเด็กเดินขายของบริเวณแหล่งท่องเที่ยวในเมืองพัทยา หลังมีการร้องเรียนเรื่องการเข้าประชิดนักท่องเที่ยวและเมืองพัทยาเร่งตรวจสอบ ท่องเที่ยว

เด็กเดินขายลูกอม...หรือมากกว่านั้น? พัทยาเร่งตรวจสอบหลังโซเชียลแชร์คลิปเด็กเข้าประชิดนักท่องเที่ยว เตรียมหามาตรการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

คลิปวิดีโอความยาวเพียงไม่กี่วินาทีที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับทั้งชาวพัทยาและนักท่องเที่ยว หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Aof Sike โพสต์ภาพและคลิปลงในกลุ่ม "เตือนภัย แจ้งเหตุ พัทยา" พร้อมข้อความว่า "ทำงานกันเป็นทีม ช่วยมาจัดทีครับ ทีมกุนเขมร" โดยภายในคลิปปรากฏภาพกลุ่มเด็กหลายคนเดินเข้าประชิดนักท่องเที่ยวในลักษณะรุมล้อม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการล้วงทรัพย์หรือก่อความเดือดร้อนแก่ผู้มาเยือน แม้จนถึงขณะนี้จะยังไม่มีหน่วยงานใดยืนยันว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นตามที่มีการกล่าวอ้างในสื่อสังคมออนไลน์ก็ตามอย่างไรก็ตาม สิ่งที่คลิปดังกล่าวสะท้อนออกมาอย่างชัดเจน คือปัญหากลุ่มเด็กที่ออกมาเดินขายลูกอม ขายดอกไม้ หรือสินค้าเบ็ดเตล็ด พร้อมเดินตามและเข้าประชิดนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผู้ประกอบการในพื้นที่ระบุว่าเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และเริ่มส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาผู้ประกอบการภายในซอย 6 เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. เป็นต้นไป มักพบเด็กประมาณ 3 คน เดินเข้าหานักท่องเที่ยวเพื่อขายลูกอมและสินค้าต่าง ๆ หากนักท่องเที่ยวไม่สนใจ เด็กบางคนจะยังคงเดินตาม เกาะแขน หรือพยายามพูดคุยจนหลายคนยอมควักเงินซื้อเพราะความรำคาญ จากการสังเกตยังพบว่ามักมีผู้ใหญ่ประมาณ 1-2 คน นั่งอยู่ห่าง ๆ คล้ายคอยดูเด็กอยู่ตลอดเวลา ส่วนกรณีการลักทรัพย์นั้น ผู้ประกอบการยอมรับว่าไม่เคยเห็นเหตุการณ์กับตนเอง จึงไม่สามารถยืนยันได้ แต่ยอมรับว่าพฤติกรรมดังกล่าวสร้างความไม่สบายใจให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในพื้นที่เป็นอย่างมากภายหลังเกิดกระแสในโลกออนไลน์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายดำรงเกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่ได้รับการร้องเรียน โดยเฉพาะกรณีเด็กที่รบกวนนักท่องเที่ยว รวมถึงตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการนำเด็กมาเดินขายของหรือแสวงหาประโยชน์ในพื้นที่ท่องเที่ยวหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่การหารือร่วมกับหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรง ทั้งฝ่ายปกครอง หน่วยงานด้านพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตำรวจ และหน่วยงานด้านคุ้มครองเด็ก เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมนายดำรงเกียรติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการกวดขันกลุ่มบุคคลเร่ร่อนและผู้ที่ใช้พื้นที่สาธารณะโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งเมืองพัทยาดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ยังพบกลุ่มเร่ร่อนหน้าใหม่หลายราย รวมถึงผู้พิการบางคนที่ออกแสดงดนตรีในพื้นที่สาธารณะ แต่ยังไม่มีเอกสารหรือบัตรประจำตัวที่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงได้แนะนำให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าเมืองพัทยาจะเดินหน้าตรวจสอบและกวดขันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวแม้กรณีที่ปรากฏในคลิปจะยังไม่มีข้อยืนยันว่ามีการก่อเหตุลักทรัพย์จริง แต่เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาที่เมืองพัทยาจำเป็นต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะการใช้เด็กออกมาเดินขายสินค้าและรบกวนนักท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวแล้ว ยังอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสวัสดิภาพเด็กและการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก หากปล่อยให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมืองพัทยาขอความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยว หากพบเห็นเด็กหรือบุคคลที่มีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อน หรือพบเหตุผิดปกติในพื้นที่ท่องเที่ยว ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม แทนการแชร์ข้อมูลหรือกล่าวหาบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยปราศจากข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยัน เนื่องจากทุกฝ่ายควรได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการตรวจสอบของกฎหมาย

บรรยากาศถนนวัฒนธรรมริมชายหาดพัทยา ที่รวบรวมของดี อาหารพื้นถิ่น และผลิตภัณฑ์ชุมชนจาก 25 จังหวัดภาคกลางมาไว้ในงานเดียว ท่องเที่ยว

เที่ยวงานเดียวเหมือนได้เที่ยว 25 จังหวัด! “สีสันแห่งศรัทธา” เนรมิตหาดพัทยาเป็นถนนวัฒนธรรม ชวนแต่งชุดไทย ชิมของอร่อย ช้อปของดีถึง 19 ก.ค.นี้

หากกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในพัทยาช่วงสุดสัปดาห์นี้ บริเวณชายหาดพัทยากลางกำลังถูกเนรมิตให้กลายเป็น “ถนนวัฒนธรรม” ขนาดใหญ่ ที่รวบรวมของดีจาก 25 จังหวัดภาคกลางมาไว้ในงานเดียว ภายใต้งาน “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร ภาคกลาง” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคม 2569เมื่อค่ำวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนางสาวคนึง ไข่ลือนาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมพิธีอย่างคึกคักกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ร่วมกับจังหวัดชลบุรีและสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง จัดงานขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการสร้างสังคมคุณธรรมด้วยพลัง “บวร” ซึ่งประกอบด้วย บ้าน วัด ศาสนสถาน และโรงเรียนหรือหน่วยงานภาครัฐ พร้อมต่อยอดทุนทางศาสนา วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดมูลค่าเพิ่มด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนตลอดแนวชายหาดพัทยากลางไปจนถึงบริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา เต็มไปด้วยร้านค้าชุมชน อาหารพื้นถิ่น ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม และกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาจากทั้ง 25 จังหวัดภาคกลาง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยว ชิมอาหารพื้นบ้าน และเลือกซื้อสินค้าชุมชนได้ในบรรยากาศริมทะเลเมืองพัทยาอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือ นิทรรศการ “ภูมิใจแต่งไทย ทั้งแผ่นดิน” ที่จัดแสดงบนพื้นทรายริมชายหาด โดยนำชุดไทยและชุดพื้นถิ่นอันทรงคุณค่าจากหลากหลายภูมิภาคมาจัดแสดงท่ามกลางแสงไฟยามค่ำคืนและฉากหลังของท้องทะเล สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานและกลายเป็นมุมถ่ายภาพยอดนิยมในทันทีภายในงานยังมีกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย การแสดงดนตรี การแสดงแสง สี เสียง นิทรรศการองค์ความรู้ด้านศาสนา และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับทุกเพศทุกวัยตลอดทั้งสามวัน จังหวัดชลบุรีและกรมการศาสนา จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมแต่งกายด้วยผ้าไทยหรือชุดไทย เข้าร่วมงาน “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร ภาคกลาง” ระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคม 2569 ณ ชายหาดพัทยากลาง เพื่อร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย สนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน และร่วมภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

บาร์บีคิวพลาซ่าเปิดตัวเมนูใหม่รอบ 39 ปี ที่สาขาเซ็นทรัล พัทยา บีช จังหวัดชลบุรี ท่องเที่ยว

บาร์บีคิวพลาซ่าเปิดตัวเมนูใหม่รอบ 39 ปี ส่งวากิว-คอหมูพรีเมียม-แซลมอนซาชิมิ เสิร์ฟนักชิมพัทยา Bar B Q Plaza Launches Biggest Menu Revamp in 39 Years, Serving Premium Wagyu, Pork Delicacies and Sashimi-Grade Salmon to Pattaya Diners

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ร้านบาร์บีคิวพลาซ่า สาขาเซ็นทรัล พัทยา บีช อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด จัดกิจกรรมเปิดตัวเมนูใหม่ภายใต้แนวคิด Menu Vision 2026 : One Size Fits One ซึ่งถือเป็นการปรับเมนูครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 39 ปีของแบรนด์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความชื่นชอบและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้นนายรัฐ ตระกูลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของบาร์บีคิวพลาซ่า โดยมีจำนวนสาขามากเป็นอันดับสองของประเทศรองจากกรุงเทพมหานคร และยังเป็นจังหวัดที่มีกำลังซื้อสูง จากการเป็นทั้งเมืองอุตสาหกรรม แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ดึงดูดผู้คนจากหลากหลายอาชีพเข้ามาใช้ชีวิตและทำงานปัจจุบัน บาร์บีคิวพลาซ่ามีทั้งหมด 9 สาขาในจังหวัดชลบุรี ได้แก่ สาขาแปซิฟิค พาร์ค ศรีราชา, บิ๊กซี ชลบุรี, เซ็นทรัล พัทยา บีช, เซ็นทรัล ชลบุรี, เซ็นทรัล มารีนา เอาต์เล็ต, โรบินสัน ชลบุรี, เทอร์มินอล 21 พัทยา, โรบินสัน บ่อวิน และเซ็นทรัลพลาซ่า ศรีราชา โดยตลอดระยะเวลากว่า 26 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ได้เติบโตเคียงข้างชาวชลบุรีมาตั้งแต่การเปิดสาขาแรกในอำเภอศรีราชาเมื่อปี 2543สำหรับไฮไลต์ของการปรับเมนูครั้งนี้ คือการเพิ่มทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคที่มีความชื่นชอบแตกต่างกัน เริ่มจาก ชุดพรีเมียมวากิวและชุดทรีโอวากิว ที่คัดสรรเนื้อวากิว 3 ส่วน ได้แก่ สันคอ ใบพาย และคารูบิ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มยากินิกุสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของแอปเปิ้ลสดปั่นทุกวัน เพื่อเพิ่มรสชาติและความกลมกล่อมของเนื้อย่างด้านคนรักเมนูหมู บาร์บีคิวพลาซ่าได้เปิดตัว ชุดพรีเมียมหมูและชุดทรีโอพรีเมียมหมู โดยมีไฮไลต์คือ คอหมูทงโทโระ ซึ่งเป็นส่วนพิเศษของหมูที่มีปริมาณจำกัด ให้เนื้อนุ่มเด้งและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเมนูเยอรมันเบคอนและชุดพิเศษสำหรับสายหมูโดยเฉพาะขณะที่กลุ่มผู้ชื่นชอบอาหารทะเลและเมนูปลาดิบ ยังได้เพิ่มทางเลือกใหม่ด้วย แซลมอนเกรดซาชิมิ ทั้งในรูปแบบแซลมอนซาชิมิ ยำแซลมอน และแซลมอนแซ่บ รวมถึงชุดซูเปอร์ซีฟู้ดกุ้งจัมโบ้และชุดทรีโอซีฟู้ด เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดปั่นสดทุกวันนอกจากนี้ บาร์บีคิวพลาซ่ายังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ภายในร้าน โดยเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ ๆ อาทิ ที่วางโทรศัพท์มือถือสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและไลฟ์สด หมวกคลุมผม ยางรัดผม สเปรย์ลดกลิ่นติดเสื้อผ้า รวมถึงที่นั่งสำหรับเด็ก เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้เวลาร่วมกันบนโต๊ะอาหารได้อย่างสะดวกสบายและมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้นนายรัฐ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 26 ปีที่ผ่านมา บาร์บีคิวพลาซ่าเปรียบเสมือน “เขยเมืองชล” ที่ได้รับการต้อนรับและความไว้วางใจจากชาวชลบุรีมาโดยตลอด ตั้งแต่มื้ออาหารของครอบครัว การเฉลิมฉลอง ไปจนถึงการพบปะสังสรรค์ในชีวิตประจำวัน และความไว้วางใจดังกล่าวคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้แบรนด์ยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งทั้งนี้ เมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติและศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีผู้บริโภคหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ทั้งคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารต้องพัฒนาเมนูและบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปและมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น   

บรรยากาศยามเย็นบริเวณโป๊ะประมงนาเกลือ จุดเช็กอินแห่งใหม่ของเมืองพัทยา ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ ท่องเที่ยว

เปิดแล้ว! “โป๊ะประมงนาเกลือ” จุดชมพระอาทิตย์ตกแห่งใหม่ของพัทยา เช็กอิน กินซีฟู้ด เที่ยวครบในที่เดียว New Sunset Spot in Pattaya: Naklua Fishing Pier Becomes the City's Latest Seaside Landmark

หากพูดถึง “ลานโพธิ์นาเกลือ” หลายคนคงนึกถึงตลาดอาหารทะเลสดและอาหารทะเลปรุงสุกชื่อดังของเมืองพัทยา ที่มีทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา สดใหม่จากทะเล และร้านอาหารซีฟู้ดให้เลือกนั่งรับประทานในบรรยากาศริมทะเลแบบสบาย ๆแต่วันนี้ ลานโพธิ์นาเกลือไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายของสายกินอีกต่อไป เพราะบริเวณดังกล่าวกำลังมีแลนด์มาร์กแห่งใหม่เกิดขึ้น หลังโครงการเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถีและส่งเสริมประมงพื้นบ้านนาเกลือ ในส่วนของ “โป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ” เฟสแรก ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่องด้วยลักษณะของโป๊ะที่ยื่นออกไปในทะเล ทำให้สามารถมองเห็นวิวทะเลแบบเปิดกว้าง โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า บรรยากาศเงียบสงบของชุมชนประมงเก่าแก่ ผสานกับแสงสีทองยามเย็น กลายเป็นอีกหนึ่งมุมชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามไม่แพ้ชายหาดพัทยาหรือแหลมบาลีฮายนอกจากนี้ เมืองพัทยายังมีแนวคิดในการต่อยอดพื้นที่แห่งนี้ให้สอดคล้องกับวิถีประมงพื้นบ้าน ทั้งการเปิดพื้นที่สำหรับกิจกรรมตกปลา ตกหมึก และการพักผ่อนริมทะเล ซึ่งในอนาคตอาจกลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของนาเกลือมากยิ่งขึ้นสำหรับสายถ่ายภาพและนักสร้างคอนเทนต์ “โป๊ะประมงนาเกลือ” ยังถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินแห่งใหม่ของเมืองพัทยา เพราะสามารถเก็บภาพได้ทั้งวิวทะเล วิถีชุมชนประมง และพระอาทิตย์ตกในมุมที่แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นของเมืองจากเดิมที่ลานโพธิ์นาเกลือเป็นเพียงตลาดซีฟู้ดชื่อดัง วันนี้พื้นที่แห่งนี้กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชนที่เชื่อมโยงอาหาร วัฒนธรรมประมง และการพักผ่อนริมทะเลเข้าด้วยกัน จนมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของนาเกลือและเมืองพัทยาในอนาคต

"JB Boutique Hotel โรงแรมบูทีคใจกลางเมืองพัทยา ห้องพักกว้าง สระว่ายน้ำกลางแจ้ง พร้อมห้องอาหารอินเดีย ใกล้ Walking Street และท่าเรือแหลมบาลีฮาย" ท่องเที่ยว

เปิดมุมพักผ่อนใจกลางพัทยา! JB Boutique Hotel โรงแรมบูทีคสุดอบอุ่น เริ่มต้นเพียง 800 บาท ห้องกว้าง ทำเลดี ใกล้ Walking Street Discover a Cozy Stay in Central Pattaya at JB Boutique Hotel – Spacious Rooms from Just THB 800, Minutes from Walking Street

พัทยาไม่ได้มีเพียงโรงแรมหรูระดับห้าดาวเท่านั้น หากใครกำลังมองหาที่พักคุณภาพดีในงบประมาณสบายกระเป๋า JB Boutique Hotel บริเวณปากซอยพระตำหนัก ซอย 1 ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง ห้องพักกว้างขวาง บรรยากาศเงียบสงบ และราคาเริ่มต้นเพียง 800 บาทต่อคืนโรงแรมมีห้องพักทั้งหมด 29 ห้อง ภายใต้แนวคิดโรงแรมบูทีคที่เน้นการบริการแบบใกล้ชิด ด้วยจำนวนห้องพักที่ไม่มาก ทำให้ทีมงานสามารถดูแลผู้เข้าพักได้อย่างทั่วถึง สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองตั้งแต่ก้าวแรกที่เช็กอินแม้จะเป็นโรงแรมในระดับราคาหลักร้อย แต่ห้องพักกลับมีพื้นที่กว้าง โปร่ง โล่งสบาย ไม่อึดอัด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์จอแบน ตู้เย็นขนาดเล็ก กาต้มน้ำไฟฟ้า ตู้นิรภัย ห้องน้ำส่วนตัว และบริการอินเทอร์เน็ต Wi-Fi ฟรี เหมาะสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน และผู้ที่เดินทางมาติดต่อธุรกิจในเมืองพัทยาห้องพักมีให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่ Standard Room, Superior King Room, Deluxe Pool View Room และ Family Room รองรับผู้เข้าพักตั้งแต่ 2 คน ไปจนถึงครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน โดยตกแต่งในโทนสีขาว-น้ำเงิน ให้ความรู้สึกสะอาด สบายตา สำหรับห้อง Deluxe Pool View Room ยังมีระเบียงส่วนตัว สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำและพื้นที่สีเขียวภายในโรงแรม เพิ่มบรรยากาศแห่งการพักผ่อน แม้อยู่ใจกลางเมืองท่องเที่ยวอีกหนึ่งจุดเด่นคือ ทำเลที่ตั้ง ซึ่งสามารถเดินทางไปยัง Walking Street, ชายหาดพัทยา, ท่าเรือแหลมบาลีฮาย รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และคาเฟ่ชื่อดังได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังมีรถสองแถววิ่งผ่านหน้าโรงแรมตลอดทั้งวัน ช่วยให้การเดินทางภายในเมืองเป็นเรื่องง่ายโดยไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวภายในโรงแรมยังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ล็อบบี้ ห้องอาหาร และแผนกต้อนรับที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงนอกจากนี้ยังมี ห้องอาหารอินเดีย ที่เปิดให้บริการทั้งผู้เข้าพักและบุคคลทั่วไป เสิร์ฟเมนูอาหารอินเดียต้นตำรับ รวมถึงอาหารนานาชาติ โดยช่วงเช้ามีบริการทั้ง Indian Breakfast และ American Breakfast ส่วนมื้อค่ำมีเมนูอาหารและชุดดินเนอร์ในราคาเริ่มต้นประมาณ 200 บาท ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ Mr. Suresh Bhatt ที่ปรึกษาด้านธุรกิจ เปิดเผยว่า JB Boutique Hotel เดิมเปิดให้บริการในชื่อ Kudos Boutique ก่อนจะมีการปรับโฉมและยกระดับการให้บริการใหม่ โดยยังคงจุดแข็งด้านทำเล ซึ่งอยู่ใกล้ Walking Street, ชายหาดพัทยา และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง พร้อมมุ่งเน้นการบริการที่เป็นกันเอง เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าพักทุกคนด้าน Mr. Jatin Vadi ผู้บริหาร JB Boutique Hotel กล่าวว่า หลังจากมีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวพัทยาและประทับใจเสน่ห์ของเมืองแห่งนี้ จึงตัดสินใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจโรงแรม โดยตั้งใจสร้างที่พักที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สะดวกสบาย และใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ผู้เข้าพักได้รับประสบการณ์ที่ดีและอยากกลับมาใช้บริการอีกครั้งด้วยทำเลที่ตั้งที่เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ห้องพักที่กว้างขวาง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การบริการที่อบอุ่น และราคาที่เข้าถึงได้ JB Boutique Hotel จึงเป็นอีกหนึ่งที่พักน่าจับตามองของเมืองพัทยา เหมาะสำหรับการเดินทางทั้งแบบครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือผู้ที่เดินทางมาทำงาน โดยเริ่มต้นเพียง 800 บาทต่อคืน ก็สามารถสัมผัสการพักผ่อนใจกลางเมืองได้อย่างคุ้มค่า รายละเอียดสถานที่JB Boutique Hotel 📍 ปากซอยพระตำหนัก ซอย 1 เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีประเภทที่พัก Boutique Hotel จำนวน 29 ห้องพัก ประเภทห้องพัก Standard Room Superior King Room Deluxe Pool View Room Family Room สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำกลางแจ้ง Wi-Fi ฟรี ห้องอาหาร ที่จอดรถ แผนกต้อนรับ 24 ชั่วโมง ห้องพักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องอาหาร Indian Breakfast American Breakfast อาหารอินเดียต้นตำรับ อาหารนานาชาติ Dinner Set เริ่มต้นประมาณ 200 บาท ราคาเริ่มต้น ห้องพักเริ่มต้นประมาณ 800 บาท/คืน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาและโปรโมชั่น)  

โป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ ซึ่งเมืองพัทยาจะทดลองเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 1 เดือน ภายใต้กฎระเบียบด้านความปลอดภัย ก่อนประเมินผลเพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการในระยะยาว ท่องเที่ยว

เมืองพัทยาเคาะทดลองเปิดโป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ 24 ชั่วโมง 1 เดือน วางกฎเข้มก่อนประเมินผลใช้งานระยะยาว Pattaya City to Pilot 24-Hour Opening of Naklua Traditional Fishing Pier for One Month Under Strict Regulations

(30 มิ.ย. 69) ที่สวนสาธารณะลานโพธิ์นาเกลือ เมืองพัทยา จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับแนวทางบริหารจัดการ โป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถีและส่งเสริมประมงพื้นบ้านนาเกลือ โดยมี นายวรพต พงษ์พาลี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุง ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่างประชาชนกับเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายวิสิฐศักดิ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาการท่องเที่ยว สำนักการท่องเที่ยวและกีฬา เมืองพัทยา ร่วมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า ชาวประมง และประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นและแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ ก่อนที่เมืองพัทยาจะกำหนดมาตรการใช้งานอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายให้การใช้พื้นที่เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งด้านการท่องเที่ยว การส่งเสริมวิถีประมงพื้นบ้าน และการรักษาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนโดยรอบตลอดการประชุม มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยประเด็นสำคัญคือช่วงเวลาเปิด-ปิดโป๊ะเทียบเรือ ซึ่งมีทั้งข้อเสนอให้เปิดถึงเวลา 21.00 น. 22.00 น. หรือเที่ยงคืน ขณะที่ประชาชนอีกจำนวนหนึ่งเห็นว่าควรเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ต้องมีมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เนื่องจากเริ่มพบกลุ่มวัยรุ่นเข้าไปใช้พื้นที่ในช่วงกลางคืน ส่งเสียงดัง และเกรงว่าจะเกิดการมั่วสุม หากไม่มีการกำกับดูแลที่เหมาะสมด้านกลุ่มผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้าเห็นว่า หากเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง จะช่วยสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้มากขึ้น แต่ต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงบังคับใช้กฎระเบียบอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนภายหลังการหารือร่วมกัน ทุกฝ่ายได้ข้อสรุปเบื้องต้นให้ ทดลองเปิดใช้งานโป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 1 เดือน พร้อมกำหนดกฎระเบียบควบคู่กันไป ก่อนประเมินผลการใช้งานและพิจารณาแนวทางบริหารจัดการที่เหมาะสมในระยะยาวสำหรับมาตรการในช่วงทดลอง กำหนดให้ประชาชนสามารถใช้พื้นที่สำหรับกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีประมงและการท่องเที่ยว อาทิ ตกปลา ตกหมึก และพักผ่อนชมทัศนียภาพริมทะเล ขณะที่ ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามรับประทานอาหาร ห้ามส่งเสียงดัง และห้ามนำรถทุกชนิดลงบนโป๊ะโดยเด็ดขาด พร้อมติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ข้อปฏิบัติและข้อห้าม 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน รวมถึงติดตั้งกล้องวงจรปิด และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ตามมาตรการของเมืองพัทยา ทั้งนี้ โป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถีและส่งเสริมประมงพื้นบ้านนาเกลือ ที่เมืองพัทยาพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับพื้นที่ Old Town นาเกลือ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีประมง เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับชุมชน พร้อมเพิ่มพื้นที่พักผ่อน จุดชมวิวริมทะเล และรองรับกิจกรรมที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของชุมชนประมงพื้นบ้าน เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ ควบคู่กับการอนุรักษ์วิถีชีวิตและเสน่ห์ของชุมชนนาเกลือให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน

ท่องเที่ยว

เที่ยวพัทยาไม่ง้อทะเล! “บ้านไร่นายหนิง” Family Farm Destination แห่งใหม่ของตะเคียนเตี้ย เอาใจเด็กและครอบครัว

หากพูดถึง “ตะเคียนเตี้ย” หลายคนอาจนึกถึงอาหารพื้นบ้านชื่อดังอย่าง “แกงไก่กะลา” หรือร้านอาหารป่ารสจัดจ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน แต่วันนี้พื้นที่สีเขียวแห่งนี้กำลังมีจุดเช็กอินใหม่ที่น่าจับตามอง สำหรับครอบครัวที่มองหาสถานที่พักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ และใกล้ตัวเมืองพัทยา “บ้านไร่นายหนิง Cafe & Farm” กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของตำบลตะเคียนเตี้ย ที่รวบรวมทั้งคาเฟ่ ฟาร์มสัตว์ กิจกรรมสำหรับเด็ก และพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติไว้ในพื้นที่เดียว บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นและวิถีชุมชนที่ยังคงเสน่ห์แบบชนบทเอาไว้ได้อย่างลงตัว จุดเด่นของที่นี่คือโซน Family Farm และ Mini Zoo ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ใกล้ชิดกับสัตว์อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งกระต่าย ม้า แพะ เป็ด ห่าน และสัตว์เลี้ยงอีกหลายชนิด พร้อมกิจกรรมให้อาหารสัตว์และถ่ายภาพแบบใกล้ชิด สร้างประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียนที่ได้รับความนิยมจากครอบครัวที่พาบุตรหลานมาใช้เวลาร่วมกันในวันหยุด นอกจากนี้ ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ยังมีการนำสัตว์แปลกและสัตว์เลี้ยง Exotic หมุนเวียนมาให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสและเรียนรู้เพิ่มเติม อาทิ อีกัวน่า กิ้งก่าเครา และสัตว์หาชมยากชนิดต่าง ๆ เพิ่มสีสันให้กับบรรยากาศภายในฟาร์มอยู่เสมอ อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจคือโซน Workshop และ Cooking Class สำหรับเด็ก ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ลงมือสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง ทั้งงานศิลปะ งานประดิษฐ์ และกิจกรรมทำอาหาร ช่วยส่งเสริมจินตนาการ การเรียนรู้ และการใช้เวลาร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว สำหรับสายกิจกรรมกลางแจ้ง ภายในพื้นที่ยังมีสนาม ATV สำหรับเด็ก รวมถึงลานกิจกรรมขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับกิจกรรมครอบครัวได้หลากหลายรูปแบบ ขณะที่ผู้ปกครองสามารถนั่งพักผ่อน จิบกาแฟ หรือชมวิวธรรมชาติได้อย่างสบาย ในส่วนของคาเฟ่ มีทั้งเครื่องดื่ม ขนม และมุมถ่ายภาพสไตล์ฟาร์มที่กำลังได้รับความนิยมบนโลกออนไลน์ ส่วนช่วงเย็นบรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นโซนรับประทานอาหารกลางแจ้ง พร้อมเมนูหมูกระทะ แจ่วฮ้อน และอาหารจานเดียว ท่ามกลางวิวทุ่งหญ้าและแสงไฟยามค่ำคืนที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับพื้นที่แห่งนี้ ในอนาคตทางฟาร์มยังมีแผนพัฒนาพื้นที่ลานกางเต็นท์และกิจกรรมกลางแจ้งเพิ่มเติม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น บ้านไร่นายหนิง Cafe & Farm เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. ตั้งอยู่ภายในซอยตะเคียนเตี้ย 45 อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งสายคาเฟ่ สายครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหามุมพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติไม่ไกลจากเมืองพัทยา

ท่องเที่ยว

POP MART บุกพัทยา เปิดแลนด์มาร์ก Art Toy ริมชายหาดแห่งแรกของโลก พร้อมเปิดสโตร์ใหม่กลางเมืองท่องเที่ยว

พัทยาเดินหน้าสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ครั้งใหม่ เมื่อ POP MART แบรนด์ Art Toy ระดับโลก ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และเมืองพัทยา เปิดตัวโครงการ “POP ON THE BEACH” แลนด์มาร์ก Art Toy ริมชายหาดแห่งแรกของโลก บริเวณชายหาดพัทยากลาง พร้อมเปิด POP MART Official Store สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา อย่างเป็นทางการโครงการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างสีสันให้กับเมืองพัทยา โดยนำคาแรกเตอร์ยอดนิยมจาก POP MART มาจัดแสดงในรูปแบบประติมากรรมขนาดใหญ่ริมชายหาด เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ร่วมถ่ายภาพ เช็กอิน และสัมผัสบรรยากาศ Pop Culture ท่ามกลางวิวทะเลพัทยาแลนด์มาร์ก “POP ON THE BEACH” ถูกออกแบบให้เป็นจุดหมายใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวและนักสะสม Art Toy ที่เดินทางมายังพัทยา โดยตั้งอยู่บริเวณชายหาดพัทยากลาง ซึ่งสามารถเข้าชมและถ่ายภาพได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2569นอกจากการจัดแสดงริมชายหาดแล้ว POP MART ยังได้เปิด POP MART Official Store ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา อย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบ Art Toy จากทั่วโลก ภายในร้านรวบรวมสินค้าลิขสิทธิ์แท้และคอลเลกชันยอดนิยมของ POP MART ไว้อย่างครบครัน พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ใจกลางเมืองพัทยาการเปิดตัวโครงการครั้งนี้เป็นการแสดงถึงศักยภาพของพัทยาในการพัฒนาเมืองสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ศิลปะร่วมสมัย และวัฒนธรรม Pop Culture ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างการใช้จ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปชมแลนด์มาร์ก “POP ON THE BEACH” ได้ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง และเลือกซื้อสินค้าจาก POP MART Official Store ได้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

- ผู้สนับสนุน -