โฆษณาผู้สนับสนุน

หมวดหมู่: การเมือง

อัปเดตข่าวสารในหมวดหมู่นี้ทั้งหมด 11 รายการ

เจ้าหน้าที่เมืองพัทยาลงพื้นที่จัดระเบียบต้นโพธิ์นาเกลือ รื้อของแก้บนและติดตามการปรับปรุงตลาดลานโพธิ์นาเกลือและตลาดอาหารทะเล การเมือง

พัทยารื้อของแก้บน “ต้นโพธิ์นาเกลือ” คืนโฉมแลนด์มาร์ก พร้อมปรับปรุงตลาดลานโพธิ์-ตลาดอาหารทะเลรับนักท่องเที่ยว Pattaya City Removes Offerings from Naklua Bodhi Tree, Revamps Landmark and Upgrades Lan Pho Seafood Market

เมืองพัทยาเดินหน้าจัดระเบียบ "ต้นโพธิ์นาเกลือ" รื้อสิ่งของแก้บนและของไหว้ออกจากพื้นที่ทั้งหมด พร้อมเตรียมยกระดับภูมิทัศน์และปรับปรุงตลาดลานโพธิ์-ตลาดอาหารทะเล เพื่อคืนภาพลักษณ์แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองและสร้างบรรยากาศที่ดีรองรับนักท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่บริเวณลานโพธิ์นาเกลือ เมืองพัทยา นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย ดร.วรพต พงษ์พาลี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายภาสกร อยู่สมบูรณ์ นางสาวสกาว แจ่มเจริญ สมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 1 นายสุริวัฒน์ เริ่มกิจการ ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จัดระเบียบบริเวณต้นโพธิ์นาเกลือ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและผู้ประกอบการว่า มีการนำสิ่งของมาบวงสรวง แก้บน และวางของไว้เป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อความเป็นระเบียบและภาพลักษณ์ของพื้นที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งของทั้งหมดที่ถูกนำมาวางไว้บริเวณต้นโพธิ์ ไม่ว่าจะเป็นชุดไทย ชุดสไบ ผ้า เครื่องเซ่นไหว้ ไม้ตะเคียน รวมถึงเศียรพระและชิ้นส่วนพระพุทธรูปที่ชำรุด ก่อนรวบรวมส่งมอบให้วัดตามความเหมาะสม พร้อมทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ เพื่อคืนความสะอาดและความเป็นระเบียบให้แก่ลานโพธิ์นาเกลือนายวุฒิศักดิ์ กล่าวว่า ต้นโพธิ์แห่งนี้เดิมปลูกไว้ในฐานะต้นไม้ที่มีความหมายทางพระพุทธศาสนา และเป็นสัญลักษณ์ของชุมชนนาเกลือ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้มีผู้คนเดินทางมากราบไหว้ ขอพร และแก้บน พร้อมนำสิ่งของมาวางและแขวนไว้จำนวนมาก จนทำให้สภาพพื้นที่เปลี่ยนไปจากวัตถุประสงค์เดิม อีกทั้งยังมีประชาชนและผู้ประกอบการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องว่ากระทบต่อภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวซึ่งหลังการจัดระเบียบ เมืองพัทยาจะไม่อนุญาตให้นำสิ่งของมาวางหรือแขวนบริเวณต้นโพธิ์อีก พร้อมมอบหมายให้สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้าดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการตัดแต่งกิ่งไม้ ปรับภูมิทัศน์ และศึกษาการติดตั้งไฟประดับ เพื่อยกระดับต้นโพธิ์นาเกลือให้กลับมาเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองพัทยาอีกครั้งทั้งนี้ เมืองพัทยาระบุว่า แม้ไม่สามารถห้ามความเชื่อส่วนบุคคลได้ แต่ขอความร่วมมือประชาชนงดนำสิ่งของมาวางหรือประกอบพิธีในพื้นที่ดังกล่าว หากพบการนำสิ่งของกลับมาวางอีก เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจัดเก็บทันที เพื่อป้องกันปัญหาเกิดซ้ำภายหลังจากการจัดระเบียบต้นโพธิ์ คณะผู้บริหารยังได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการปรับปรุง ตลาดลานโพธิ์นาเกลือและตลาดอาหารทะเล ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์จำหน่ายอาหารทะเลชื่อดังของเมืองพัทยา โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการจัดระเบียบร้านค้า เพิ่มความสะอาด และปรับภาพลักษณ์ตลาดให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงแนวทางปรับปรุงโครงสร้างหลังคาและเต็นท์ภายในตลาดอาหารทะเล เนื่องจากปัจจุบันยังไม่สามารถบังแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภายในตลาดมีอากาศค่อนข้างร้อน กระทบต่อทั้งผู้ค้าและนักท่องเที่ยว เมืองพัทยาจึงเตรียมศึกษาการเพิ่มพื้นที่ร่มเงาและปรับปรุงโครงสร้างให้เหมาะสม เพื่อยกระดับบรรยากาศการค้าขายและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่นาเกลืออย่างยั่งยืน

เจ้าหน้าที่พบบุคคลไร้ที่พึ่งยังคงใช้พื้นที่สาธารณะบริเวณชายหาดพัทยาเป็นที่พักอาศัย ระหว่างการลงพื้นที่จัดระเบียบและให้ความช่วยเหลือของเมืองพัทยา การเมือง

เมืองพัทยาจ่อใช้มาตรการเข้ม แก้ปัญหาคนไร้ที่พึ่งริมชายหาด วอนหยุดให้เงิน ตัดวงจรเร่ร่อนซ้ำซาก Pattaya Eyes Tougher Measures to Tackle Beach Homeless Problem, Urges Tourists to Stop Giving Money

ปัญหาคนไร้ที่พึ่งบริเวณชายหาดพัทยา ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่เมืองพัทยาต้องเผชิญ แม้จะลงพื้นที่จัดระเบียบมาอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่พบกลับเป็นภาพเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายคนปฏิเสธการเข้ารับความช่วยเหลือจากภาครัฐ เพราะกฎหมายไม่สามารถบังคับให้ออกจากพื้นที่หรือเข้าสู่ศูนย์คุ้มครองได้ หากเจ้าตัวไม่ยินยอมผลที่ตามมาคือ นอกจากภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวแล้ว ประชาชนในพื้นที่ยังเริ่มได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมบางส่วนของกลุ่มคนเร่ร่อน ทั้งการสะสมขยะ การยึดพื้นที่สาธารณะ รวมถึงมีข้อร้องเรียนเรื่องการลักเล็กขโมยน้อยในหลายพื้นที่ จนกลายเป็นหนึ่งในปัญหาที่ถูกร้องเรียนมายังเมืองพัทยาอย่างต่อเนื่องเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นายดำรงเกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นางปาณรดา อัตโตหิ รองปลัดเมืองพัทยา นายบัญชา กุลละวณิชย์ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายสุริวัฒน์ เริ่มกิจการ ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา นำเจ้าหน้าที่จากศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จัดระเบียบบุคคลไร้ที่พึ่งตลอดแนวชายหาดพัทยา ตั้งแต่พัทยาเหนือไปจนถึงบริเวณถนนWalking Street การลงพื้นที่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ริมชายหาด เกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มเดิม ที่เคยได้รับการพูดคุยและเชิญชวนเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือมาแล้วหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ยินยอมเข้ารับการดูแล เนื่องจากสามารถปฏิเสธได้ตามสิทธิที่กฎหมายกำหนดนายดำรงเกียรติ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับกลุ่มคนไร้ที่พึ่ง พบว่าหลายคนยังเลือกอยู่ในพื้นที่เพราะสามารถขอเงินจากนักท่องเที่ยว มีรายได้จากการขายดอกไม้ ขอทาน หรือบางรายลักลอบปล่อยเช่าเสื่อและอุปกรณ์ชายหาด จึงไม่ต้องการเข้าสู่ระบบฟื้นฟู แม้ว่าภาครัฐจะมีทั้งที่พัก อาหาร การฝึกอาชีพ และการจัดหางานรองรับก็ตามรองนายกเมืองพัทยา ยอมรับว่า ข้อจำกัดสำคัญคือกฎหมายในปัจจุบันยังไม่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวหรือบังคับให้บุคคลไร้ที่พึ่งเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือได้ หากเจ้าตัวไม่สมัครใจ ทำให้การแก้ไขปัญหายังคงเป็นลักษณะ "จัดระเบียบแล้วกลับมาใหม่"ด้วยเหตุนี้ เมืองพัทยาจึงเตรียมเชิญนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยบูรพา หน่วยงานด้านสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือเพื่อพิจารณาแนวทางการใช้กฎหมายหรือมาตรการเพิ่มเติมที่เหมาะสม โดยต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและหลักการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ควบคู่กับการรักษาความสงบเรียบร้อยของพื้นที่สาธารณะหากได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เมืองพัทยาจะเพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันพื้นที่ โดยเฉพาะการผลักดันผู้ที่สร้างความเดือดร้อนออกจากพื้นที่สาธารณะ การจัดเก็บสิ่งของที่กีดขวางทางสาธารณะ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาวนกลับมาเกิดซ้ำอีกหนึ่งประเด็นที่เมืองพัทยาเน้นย้ำ คือ การขอความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยว "หยุดให้เงิน" แก่กลุ่มคนเร่ร่อน เพราะจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ พบว่าการได้รับเงินจากผู้สัญจรและนักท่องเที่ยว เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายคนเลือกใช้ชีวิตอยู่ริมชายหาดต่อไป แทนที่จะเข้าสู่ระบบการช่วยเหลือของภาครัฐพร้อมกันนี้ ยังขอความร่วมมือเจ้าของที่ดินหรือพื้นที่รกร้างให้ดูแลพื้นที่ของตนเอง ไม่ปล่อยให้เป็นแหล่งพักอาศัยของกลุ่มคนไร้ที่พึ่ง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการกลับเข้ามาใช้พื้นที่และลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบแม้การแก้ไขปัญหาจะไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่เมืองพัทยายืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วน ควบคู่กับการผลักดันมาตรการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิของบุคคล และการดูแลความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา ลงพื้นที่ Kick Off โครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนพัทยาสาย 2 พร้อมติดตามการดำเนินงานวันแรก โดยเมืองพัทยายืนยันใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 90 วัน และแบ่งปิดถนนทีละเลนเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ การเมือง

เมืองพัทยา Kick Off ปรับปรุงถนนพัทยาสาย 2 เริ่มวันแรก คาดเสร็จใน 90 วัน Pattaya City Kicks Off Second Road Improvement Project, Completion Expected Within 90 Days

เมืองพัทยาเริ่มเดินหน้าปรับปรุงผิวจราจรถนนพัทยาสาย 2 อย่างเป็นทางการในวันแรก หลังโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ตลอดแนวถนนแล้วเสร็จ รองนายกเมืองพัทยายืนยันใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 90 วัน พร้อมใช้วิธีปิดถนนทีละเลนเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 บริเวณแยกพัทยากลาง ถนนพัทยาสาย 2 นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักการช่าง เมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ Kick Off การดำเนินโครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนพัทยาสาย 2 อย่างเป็นทางการ พร้อมติดตามการปฏิบัติงานของผู้รับเหมา และตรวจสอบมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรตลอดแนวเส้นทางนายมาโนช เปิดเผยว่า ถนนพัทยาสาย 2 เป็นหนึ่งในเส้นทางสายหลักที่ประชาชนเรียกร้องให้เร่งปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา มีการดำเนินโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่หลายโครงการ ทั้งการวางท่อประปา การก่อสร้างท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ และโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ส่งผลให้พื้นผิวถนนชำรุดและเกิดความไม่สะดวกในการสัญจรหลังจากโครงการสาธารณูปโภคทั้งหมดแล้วเสร็จ เมืองพัทยาจึงเริ่มดำเนินการปรับปรุงผิวจราจรครั้งใหญ่ ตั้งแต่บริเวณแยกพัทยาใต้ไปจนถึงวงเวียนปลาโลมา โดยใช้เทคโนโลยี Recycling รีไซเคิลโครงสร้างถนนเดิมในบางช่วง และใช้วิธี Overlay หรือการปูผิวจราจรใหม่ในบางพื้นที่ เพื่อให้ถนนมีความแข็งแรง ได้มาตรฐาน และรองรับการใช้งานในระยะยาวรองนายกเมืองพัทยา ระบุว่า แม้สัญญาโครงการจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่วันนี้ถือเป็นการเริ่มดำเนินงานภาคสนามอย่างเต็มรูปแบบ โดยกำหนดระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 90 วัน เมื่อโครงการแล้วเสร็จ ถนนพัทยาสาย 2 จะมีพื้นผิวเรียบตลอดสาย และจะไม่มีการขุดถนนเพื่อดำเนินโครงการสาธารณูปโภคเพิ่มเติมอีก ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน เช่น ท่อประปาแตก หรือเหตุจำเป็นที่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชนสำหรับการก่อสร้าง เมืองพัทยาจะใช้วิธีแบ่งดำเนินงาน ทีละเลน ทีละช่วง ระยะประมาณ 300 เมตรต่อครั้ง โดยไม่ปิดถนนทั้งหมด เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการริมถนนยังสามารถเข้า-ออกพื้นที่และดำเนินกิจการได้ตามปกติ ลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เหลือน้อยที่สุดนอกจากนี้ จะดำเนินงานเฉพาะช่วงเช้าถึงช่วงกลางวัน และหลีกเลี่ยงการทำงานในเวลากลางคืน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นย่านธุรกิจ โรงแรม ร้านอาหาร และสถานบันเทิง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวใช้บริการเป็นจำนวนมากในช่วงค่ำด้านการจัดการจราจร เมืองพัทยาจะปิดเฉพาะช่องทางที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยเปิดช่องทางที่เหลือให้รถสามารถสัญจรได้ตามปกติ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา เข้ามาอำนวยความสะดวกและบริหารการจราจรอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาการก่อสร้างนายมาโนช กล่าวว่า ในระยะแรกของการดำเนินงาน ตั้งแต่บริเวณแยกพัทยากลางไปจนถึงวงเวียนปลาโลมา คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 20 วัน ก่อนทยอยดำเนินการในช่วงถัดไป พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงเส้นทางในช่วงที่มีการก่อสร้าง หากไม่จำเป็น รวมถึงใช้ความระมัดระวังในการสัญจร เพื่อให้งานเป็นไปตามแผนและเกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุดทั้งนี้ เมืองพัทยาเชื่อว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จ ถนนพัทยาสาย 2 จะมีสภาพที่เรียบ แข็งแรง และปลอดภัยมากขึ้น รองรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของเมือง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอนาคต

นายบัญชา กุลละวณิชย์ เข้ารับตำแหน่งเลขานุการนายกเมืองพัทยาอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศแนวทางการทำงานเชิงรุก เน้นลงพื้นที่ รับฟังปัญหาประชาชน และย้ำทุกนโยบายต้องอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถปฏิบัติได้จริง เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองพัทยาในวาระใหม่ การเมือง

จากหลังโต๊ะสู่ลงพื้นที่! “บัญชา กุลละวณิชย์” เปิดบทบาทเลขานุการนายกเมืองพัทยายุคใหม่ ย้ำข้อมูลต้องจริง ไม่ขายฝัน พร้อมเปิดเพจรับทุกปัญหาประชาชน

เลขานุการนายกเมืองพัทยา ไม่ควรเป็นเพียงผู้ประสานงานอยู่หลังโต๊ะทำงานอีกต่อไป แต่ต้องเป็น "ด่านหน้า" ที่ลงไปรับฟังปัญหาของประชาชนด้วยตัวเอง ก่อนนำข้อมูลที่ถูกต้องกลับมาสู่โต๊ะบริหาร นี่คือแนวคิดการทำงานของ นายบัญชา กุลละวณิชย์ ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเลขานุการนายกเมืองพัทยาอย่างเป็นทางการภายหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นายบัญชา เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบคุณ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ที่ให้ความไว้วางใจ พร้อมยืนยันว่าจะใช้ประสบการณ์ด้านธุรกิจและงานการเมืองท้องถิ่น มาสนับสนุนการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างเต็มกำลังสิ่งที่นายบัญชามองว่าเป็นหัวใจของการทำหน้าที่เลขานุการนายกเมืองพัทยา คือ "ข้อมูล" เพราะทุกนโยบายและทุกการตัดสินใจต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพียงแนวคิดที่สวยหรู"ข้อมูลต้องถูกต้อง แม่นยำ และทำได้จริง เพราะนายกเมืองพัทยาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก หากยังไม่ชัดเจน จะไม่นำไปสื่อสารกับประชาชน"แนวคิดดังกล่าว ทำให้บทบาทเลขานุการในยุคนี้จะเปลี่ยนไปจากเดิม จากที่เคยเน้นงานเอกสารและการประสานงานภายในสำนักงาน มาเป็นการทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่ รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ฝ่ายบริหารสามารถเข้าแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่ต้นทาง ก่อนจะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่นายบัญชา ยังระบุว่า ประสบการณ์จากการทำธุรกิจมากกว่า 10 ปี รวมถึงการเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการประธานสภาเมืองพัทยา ทำให้เข้าใจทั้งระบบราชการ การทำงานของสภา และการประสานงานกับทุกภาคส่วน ซึ่งจะนำมาปรับใช้ให้การบริหารงานของเมืองพัทยามีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้นสำหรับภารกิจเร่งด่วนที่ได้รับมอบหมาย หนึ่งในนั้นคือการร่วมผลักดันการแก้ไขปัญหาคนจรจัดและคนเร่ร่อน ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนสะท้อนอย่างต่อเนื่องในช่วงการเลือกตั้ง โดยนายกเมืองพัทยาได้มอบหมายให้นายดำรงเกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา รับผิดชอบหลัก ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการดูแลเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน เนื่องจากเมืองพัทยาขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจจึงเป็นภารกิจที่ต้องดำเนินควบคู่กันนายบัญชา ย้ำว่า จะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมยืนยันแนวทางการทำงานว่า "ลุยมากกว่าพูด" ลงพื้นที่รับฟังปัญหาด้วยตัวเอง และเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดการแก้ไขอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรมเพื่อให้ประชาชนสามารถสื่อสารกับฝ่ายบริหารได้สะดวกมากขึ้น นายบัญชา ยังได้เปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะผ่านเฟซบุ๊ก "เลขาบอล พัทยา" ซึ่งจะใช้เป็นช่องทางรวบรวมปัญหา ข้อคิดเห็น และประสานการแก้ไขกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกเสียงของประชาชนได้รับการรับฟังและผลักดันสู่การแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ

นายภาสกร อยู่สมบูรณ์ ว่าที่สมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 1 กลุ่มเรารักพัทยา ผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 4,165 คะแนน ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทหน้าที่ของสมาชิกสภาเมืองพัทยาและแนวทางการผลักดันโครงการเร่งด่วนหลังการเลือกตั้ง การเมือง

"ภาสกร" ว่าที่ ส.ม.เขต 1 คะแนนสูงสุด 4,165 คะแนน แจงบทบาทสมาชิกสภาเมืองพัทยา ชูเร่งแก้ข้อบัญญัติล้าสมัย-เดินหน้าศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด

 ภายหลังผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ซึ่งอยู่ระหว่างการประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภาสกร อยู่สมบูรณ์ ว่าที่สมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 1 กลุ่มเรารักพัทยา ผู้ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาครั้งนี้ 4,165 คะแนน และอดีตสมาชิกสภาเมืองพัทยา ได้เปิดเผยถึงบทบาท อำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาเมืองพัทยา พร้อมอธิบายภารกิจของฝ่ายนิติบัญญัติท้องถิ่น ซึ่งยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า สมาชิกสภาเมืองพัทยาเป็นฝ่ายบริหาร ทั้งยังระบุถึงภารกิจเร่งด่วนที่ต้องผลักดัน หากได้รับการรับรองผลการเลือกตั้งและเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการนายภาสกร กล่าวว่า สมาชิกสภาเมืองพัทยามีหน้าที่หลักในการพิจารณาและให้ความเห็นชอบข้อบัญญัติเมืองพัทยา ซึ่งเปรียบเสมือนกฎหมายท้องถิ่น รวมถึงการพิจารณางบประมาณและกลั่นกรองโครงการต่าง ๆ ที่ฝ่ายบริหารเสนอเข้าสู่สภา เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างเหมาะสม คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน หากพบว่าโครงการใดไม่เหมาะสม หรือยังมีข้อบกพร่อง สภาสามารถท้วงติงและส่งกลับไปให้ฝ่ายบริหารปรับปรุง ก่อนนำกลับเข้าสู่การพิจารณาใหม่ได้นอกจากนี้ ยังยอมรับว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยยังเข้าใจว่า สมาชิกสภาเมืองพัทยาสามารถสั่งการหรือบริหารงานได้โดยตรง ทั้งที่บทบาทที่แท้จริงคือการรับฟังปัญหาจากประชาชน นำเข้าสู่ที่ประชุมสภา และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นระบบนายภาสกร ระบุว่า ภารกิจเร่งด่วนหลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ คือการผลักดันให้มีการปรับปรุงข้อบัญญัติของเมืองพัทยาหลายฉบับที่ใช้มานานและไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของเมืองในปัจจุบัน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานและการพัฒนาโครงการต่าง ๆ พร้อมผลักดันให้มีกฎหมายท้องถิ่นที่ทันสมัย รองรับการเติบโตของเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติส่วนโครงการที่เห็นว่าควรเร่งดำเนินการโดยเร็ว คือโครงการศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดบนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ เพื่อแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ โดยศูนย์ดังกล่าวจะรองรับการดูแล รักษา ทำหมัน และบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งของประชาชนและสัตว์จรจัดสำหรับประเด็นที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่า สมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยามาจากกลุ่มการเมืองเดียวกัน จะสามารถตรวจสอบการทำงานได้หรือไม่นั้น นายภาสกร ยืนยันว่า สมาชิกสภามีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารตามกลไกของกฎหมาย หากประชาชนพบข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการใด สามารถเสนอเรื่องผ่านสมาชิกสภา เพื่อให้ตั้งกระทู้ถามหรือพิจารณาในสภา รวมถึงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบได้ หากเห็นว่าโครงการดังกล่าวไม่เกิดความคุ้มค่าหรือไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมนายภาสกร กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งปัญหาที่ต้องเร่งผลักดันคือการบูรณาการการทำงานระหว่างเมืองพัทยา การประปา และการไฟฟ้า เพื่อให้การก่อสร้างหรือปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคดำเนินการพร้อมกัน ลดปัญหาการขุดถนนซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นข้อร้องเรียนของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนรับฟังปัญหาและผลักดันการแก้ไขอย่างเต็มที่ โดยประชาชนสามารถแจ้งปัญหาได้ผ่านสมาชิกสภาเมืองพัทยา หรือศูนย์รับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์เมืองพัทยา สายด่วน 1337 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการต่อไป            

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมทีม "เรารักพัทยา" โบกมือขอบคุณประชาชนระหว่างขบวนรถแห่ทั่วเมือง ภายหลังได้รับความไว้วางใจให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาอีกสมัย การเมือง

"เบียร์ ปรเมศวร์" นำทีมเรารักพัทยาแห่ขอบคุณทั่วเมือง ประชาชนโบกมือให้กำลังใจตลอดเส้นทาง หลังคว้าชัยเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา Beer Ngampichet Leads Citywide Thank-You Parade After Winning Pattaya Mayoral Election

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ภายหลังได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาอีกสมัย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ หรือ "เบียร์" นายกเมืองพัทยา พร้อมทีม "เรารักพัทยา" และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) ทั้ง 4 เขต จัดขบวนรถแห่ขอบคุณประชาชนทั่วเมืองพัทยา เพื่อแสดงความขอบคุณต่อทุกคะแนนเสียงและกำลังใจที่ได้รับจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาขบวนรถเริ่มเคลื่อนจากศูนย์ประสานงานเรารักพัทยา มุ่งหน้าตามถนนสุขุมวิท ผ่านแยกชัยพฤกษ์ ลงสู่ชายหาดจอมเทียน ก่อนวิ่งเลียบชายหาด เข้าสู่ถนนทัพพระยา เชื่อมต่อถนนพัทยาสายสอง ผ่านวงเวียนปลาโลมา มุ่งสู่นาเกลือ วิ่งผ่านพื้นที่หลังวัดช่องลม ลัดเลาะออกบริเวณบ้านสุขาวดี และกลับเข้าสู่ศูนย์ประสานงาน รวมระยะเวลากว่า 2 ชั่วโมงตลอดเส้นทาง ประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ใช้รถใช้ถนน ต่างออกมายืนโบกมือ ส่งเสียงให้กำลังใจ และร่วมแสดงความยินดีกับนายปรเมศวร์และทีมงาน หลายจุดมีประชาชนรอริมถนนเพื่อถ่ายภาพและโบกธงทักทาย สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และความคึกคักนายปรเมศวร์ พร้อมสมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 4 เขต ได้โบกมือทักทายและกล่าวขอบคุณประชาชนตลอดเส้นทาง พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิบัติตามนโยบายที่ให้คำมั่นไว้กับประชาชน โดยมุ่งสานต่อการพัฒนาเมืองภายใต้วิสัยทัศน์ "เมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากล" เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ระบบสาธารณูปโภค และคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่นายปรเมศวร์กล่าวว่า ความไว้วางใจที่ได้รับจากประชาชนในครั้งนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการทำงาน พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าบริหารเมืองอย่างเต็มกำลัง ร่วมกับทีม "เรารักพัทยา" และสมาชิกสภาเมืองพัทยา เพื่อผลักดันนโยบายที่ประกาศไว้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และขับเคลื่อนเมืองพัทยาให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ การจัดขบวนรถแห่ขอบคุณในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงความขอบคุณต่อทุกคะแนนเสียงแล้ว ยังเป็นการประกาศความพร้อมของทีมผู้บริหารชุดใหม่ในการเริ่มต้นทำงานเพื่อประชาชน โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาเมืองพัทยาให้ก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอีก 4 ปีข้างหน้า

เจ็กวัฒน์นำทีมผู้สมัคร ส.ม. พรรคประชาชน ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนทั่วเมืองพัทยา หลังทราบผลการเลือกตั้งท้องถิ่น ปี 2569 การเมือง

"เจ็กวัฒน์" ต่อสายยินดี "พี่เบียร์" ก่อนขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชน ฝากสานต่อนโยบายเพื่อชาวพัทยา Jekwat Congratulates Re-elected Pattaya Mayor Pramote Ngampichet, Calls for Continued Public Policies

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ภายหลังทราบผลการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร หรือ "เจ็กวัฒน์" อดีตผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 1 จากพรรคประชาชน พร้อมทีมผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) ครบทั้ง 4 เขต ลงพื้นที่ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนที่ให้การสนับสนุนและมอบคะแนนเสียงตลอดการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยตระเวนพบปะประชาชนตามเส้นทางต่าง ๆ ทั่วเมืองพัทยาก่อนออกเดินทาง นายอิทธิวัฒน์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยกล่าวขอบคุณประชาชนทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมยอมรับผลการเลือกตั้งด้วยความเคารพ และแสดงความยินดีกับนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาอีกสมัยนายอิทธิวัฒน์กล่าวว่า แม้ผลการเลือกตั้งจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่ยังมีหลายนโยบายที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน จึงอยากฝากให้ผู้บริหารเมืองนำไปพิจารณาสานต่อ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งศูนย์เด็กเล็ก 24 ชั่วโมง การยกระดับระบบประปาที่ได้มาตรฐานสำหรับพื้นที่เกาะล้าน รวมถึงการพัฒนาศูนย์เยาวชนและสนามกีฬา เพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์นอกจากนี้ ยังระบุว่า พรรคประชาชนจะนำผลการเลือกตั้งครั้งนี้กลับไปทบทวน รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และประเมินปัจจัยต่าง ๆ เพื่อนำไปพัฒนาการทำงานทางการเมืองในอนาคต ทั้งในด้านประสบการณ์ การสื่อสารนโยบาย และการเข้าถึงประชาชนภายหลังการให้สัมภาษณ์ นายอิทธิวัฒน์ได้โทรศัพท์ถึงนายปรเมศวร์ เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับชัยชนะในการเลือกตั้ง พร้อมกล่าวว่า"ยินดีด้วยครับพี่เบียร์ ทุกอย่างเหมือนเดิม พี่ชายเหมือนเดิม ขอเป็นกำลังใจให้พี่เบียร์ ยินดีด้วยครับ... รักเสมอนะครับ"ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะพูดคุยให้กำลังใจกันด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตร สะท้อนความสัมพันธ์ที่ดีแม้จะเป็นคู่แข่งทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้ จากนั้น นายอิทธิวัฒน์พร้อมทีมผู้สมัคร ได้ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนทั่วเมืองพัทยา เพื่อกล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงและทุกกำลังใจที่ได้รับ พร้อมยืนยันว่าจะยังคงทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนในบทบาทของภาคประชาชน และติดตามผลักดันประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อชาวพัทยาต่อไป แม้ไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายบริหารในครั้งนี้ก็ตาม

"ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์" นายกเมืองพัทยา สมัยที่ 2 พร้อมสานต่อวิสัยทัศน์พัฒนาเมืองท่องเที่ยวระดับโลก การเมือง

จากนักการเงินสู่ผู้นำเมืองท่องเที่ยวระดับโลก เปิดเส้นทาง “ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์” นายกเมืองพัทยา 2 สมัย From Finance to Global Tourism City Leadership: The Journey of Poramet Ngampichet, Pattaya Mayor for a Second Term

หลังได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้กลับมานั่งเก้าอี้นายกเมืองพัทยาอีกสมัย ชื่อของ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ หรือ "เบียร์" กลายเป็นหนึ่งในบุคคลทางการเมืองท้องถิ่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอีกครั้ง ด้วยประสบการณ์ทั้งในแวดวงธุรกิจ การเมืองระดับชาติ และการบริหารเมืองพัทยา ทำให้เขาเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่มีเส้นทางการทำงานยาวนานกว่า 20 ปีหลายคนรู้จัก "เบียร์ ปรเมศวร์" ในฐานะนายกเมืองพัทยา แต่หากย้อนดูเส้นทางชีวิต จะพบว่าเขาเริ่มต้นจากสายการเงิน หลังสำเร็จการศึกษาด้านการเงินจาก California State University, San Bernardino ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนเข้าทำงานกับธนาคารไทยพาณิชย์ และก้าวสู่การบริหารธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของเมืองพัทยาประสบการณ์ภาคธุรกิจ ทำให้เขาเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเมือง ก่อนเข้าสู่สนามการเมือง เริ่มจากผู้ช่วย ส.ส. นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี รองนายกเมืองพัทยา และผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรมปี 2565 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ เมื่อได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเมืองพัทยา พร้อมประกาศแนวคิด "เมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากล" ก่อนเดินหน้าผลักดันโครงการพัฒนาเมืองหลายด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ การพัฒนาชายหาด การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการยกระดับบริการด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนตลอดวาระแรก เมืองพัทยามีการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติต่อเนื่อง ทั้งด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ และการท่องเที่ยว ควบคู่กับการผลักดันโครงการพัฒนาเมืองในหลายมิติ ซึ่งกลายเป็นผลงานที่ใช้สื่อสารกับประชาชนตลอดช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมาการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ประชาชนยังคงมอบความไว้วางใจให้ "ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์" กลับมาบริหารเมืองพัทยาอีกสมัย นับเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อแนวทางการพัฒนาเมืองที่เขาและทีมงานวางไว้ พร้อมเดินหน้าสานต่อวิสัยทัศน์ 3 เป้าหมาย 33 นโยบาย เพื่อขับเคลื่อนพัทยาให้เติบโตควบคู่กับคุณภาพชีวิตของประชาชนแม้จะกลับมาดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง แต่ความท้าทายของผู้บริหารเมืองพัทยายังคงมีอยู่รอบด้าน ทั้งการยกระดับระบบสาธารณูปโภค การบริหารเมืองท่องเที่ยว การจัดการสิ่งแวดล้อม การรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ และการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของการบริหารเมืองในอีก 4 ปีข้างหน้า  

การเมือง

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงพื้นที่สังเกตการณ์การรับหีบและอุปกรณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงพื้นที่สังเกตการณ์การรับหีบและอุปกรณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนวันเลือกตั้ง พร้อมย้ำทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569ที่ห้องประชุมสภาตากสิน ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยนายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเมืองพัทยา ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสังเกตการณ์การรับมอบหีบและอุปกรณ์การเลือกตั้งพันตำรวจตรีเดชพล กอสนาน ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการพัฒนาผู้นำทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 (พนต.2) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำจากทุกภาคส่วน ทั้งนักการเมือง ผู้บริหารพรรคการเมือง ภาครัฐ และภาคเอกชน ให้มีความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการประชาธิปไตยและการบริหารจัดการเลือกตั้งนอกจากนี้ ผู้เข้ารับการอบรมยังได้ศึกษาดูงานกระบวนการเลือกตั้งจากสถานที่จริง ตั้งแต่การรับมอบวัสดุอุปกรณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง การจัดเตรียมหน่วยเลือกตั้ง ไปจนถึงการลงคะแนนเสียง เพื่อเรียนรู้กระบวนการจัดการเลือกตั้งที่เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้สำหรับการแจกจ่ายหีบและอุปกรณ์เลือกตั้ง เมืองพัทยาได้แบ่งช่วงเวลาการรับมอบของแต่ละเขตเลือกตั้ง เพื่อลดความแออัดและความสับสน โดยกำหนดให้เขต 1 รับอุปกรณ์เวลา 08.00–10.00 น. เขต 2 เวลา 10.00–12.00 น. เขต 3 เวลา 13.00–15.00 น. และเขต 4 เวลา 15.00–17.00 น.การเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยาในครั้งนี้ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 80,204 คน แบ่งเป็น 4 เขตเลือกตั้ง รวม 113 หน่วยเลือกตั้ง ได้แก่ เขต 1 จำนวน 28 หน่วย เขต 2 จำนวน 27 หน่วย เขต 3 จำนวน 25 หน่วย และเขต 4 จำนวน 33 หน่วยเมืองพัทยาขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีรายชื่อ เพื่อร่วมกันเลือกผู้แทนและผู้บริหารท้องถิ่นเข้ามาพัฒนาเมืองพัทยาต่อไป

รถตู้ไฮบริดเมืองพัทยา 2 คัน วงเงินจัดซื้อ 8.57 ล้านบาท การเมือง

เมืองพัทยาชี้แจงจัดซื้อรถตู้ 2 คัน วงเงิน 8.57 ล้านบาท ย้ำดำเนินการตามขั้นตอนกว่า 9 เดือน ใช้ภารกิจส่วนรวม ไม่ใช่รถประจำบุคคล Pattaya City Clarifies 8.57-Million-Baht Van Procurement

เมืองพัทยาชี้แจงกรณีการจัดซื้อรถยนต์ตู้จำนวน 2 คัน วงเงิน 8.57 ล้านบาท หลังมีการตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าของโครงการ โดยยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของภาครัฐ ใช้ระยะเวลาดำเนินการมากกว่า 9 เดือน และไม่ได้จัดซื้อเพื่อรองรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งนางน้ำผึ้ง ชาลีชาติ ผู้อำนวยการสำนักพัสดุและทรัพย์สิน เมืองพัทยา เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ภายหลังเมืองพัทยามีรายได้และงบประมาณเพิ่มเติม จึงนำมาพิจารณาจัดสรรเป็นงบลงทุนสำหรับภารกิจที่มีความจำเป็นต่อองค์กรหลังจากได้รับอนุมัติงบประมาณ หน่วยงานได้ดำเนินการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ จัดทำรายละเอียดโครงการ และเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลาง (e-GP) ตามระเบียบทุกขั้นตอนผู้อำนวยการสำนักพัสดุและทรัพย์สิน ระบุว่า การประกวดราคาในครั้งแรกช่วงต้นปี 2569 ไม่มีผู้ยื่นเสนอราคา ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ในเดือนเมษายน 2569 ก่อนจะได้ผู้ชนะการเสนอราคาและประกาศผลเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลาของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามปกติสำหรับความจำเป็นในการจัดซื้อรถยนต์ตู้ทั้ง 2 คัน เมืองพัทยาระบุว่า ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษและเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ มีภารกิจต้อนรับคณะผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน และคณะบุคคลจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมระดับประเทศและนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของเมืองนอกจากนี้ รถที่จัดซื้อเป็นรถระบบไฮบริด ซึ่งช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษาในระยะยาว พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่เป็นเวลา 8 ปี ขณะที่รถเดิมของเมืองพัทยามีอายุการใช้งานมากกว่า 16 ปี และมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ รถยนต์ตู้ทั้ง 2 คัน จะเป็นทรัพย์สินของเมืองพัทยา ใช้สำหรับภารกิจราชการโดยรวม ไม่ได้กำหนดให้เป็นรถประจำตำแหน่งหรือรถประจำบุคคล โดยทุกหน่วยงานสามารถขอใช้งานตามระเบียบราชการที่กำหนดได้

การเมือง

ปรเมศวร์เผยกระแสตอบรับดีทุกพื้นที่ เดินหน้าพบประชาชนผู้ประกอบการ ชวนคนพัทยาออกมาใช้สิทธิ

ปรเมศวร์เผยกระแสตอบรับดีทุกพื้นที่ เดินหน้าพบประชาชนผู้ประกอบการ ชวนคนพัทยาออกมาใช้สิทธิ เหลือเวลาอีกเพียง ไม่กี่วันก่อนถึงวันเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา บรรยากาศการหาเสียงของผู้สมัครแต่ละกลุ่มเริ่มเข้มข้นมากขึ้น โดยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 2 ในนามกลุ่ม “เรารักพัทยา” เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงพื้นที่หาเสียงว่า ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง หลังเดินสายพบปะประชาชนแทบทุกวันนับตั้งแต่สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทีมงานได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนในชุมชน หมู่บ้าน และพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วเมืองพัทยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอนโยบาย โดยสิ่งที่ได้รับกลับมาคือกำลังใจและเสียงสะท้อนจากประชาชนในหลายพื้นที่ ซึ่งถือเป็นแรงผลักดันสำคัญในการทำงาน อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนในหลายพื้นที่ แต่นายปรเมศวร์ยังคงแสดงท่าทีถ่อมตัว โดยระบุว่าการเลือกตั้งยังเหลือเวลาอีกหลายวัน และทุกคะแนนเสียงยังมีความสำคัญ พร้อมย้ำว่าผู้ที่จะเป็นผู้ตัดสินอนาคตของเมืองพัทยาคือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จึงไม่ประมาทและยังคงเดินหน้าลงพื้นที่อย่างเต็มที่ในทุกวันจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้งสำหรับช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง นอกจากการลงพื้นที่พบปะประชาชนตามชุมชนต่าง ๆ ด้วยตนเองแล้ว นายปรเมศวร์ยังเตรียมเข้าพบกลุ่มผู้ประกอบการในภาคส่วนต่าง ๆ ของเมืองพัทยา เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังข้อเสนอแนะ และสื่อสารถึงแนวทางการพัฒนาเมือง รวมถึงผลงานที่ได้ดำเนินการตลอดช่วงการบริหารงานที่ผ่านมาขณะเดียวกัน ยังเตรียมเดินหน้ารณรงค์เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ให้มากที่สุด โดยมองว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาเมือง และเป็นโอกาสที่คนพัทยาจะร่วมกันกำหนดทิศทางอนาคตของเมืองในอีก 4 ปีข้างหน้า นายปรเมศวร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา กลุ่มเรารักพัทยาพยายามขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองในหลายด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจของคนในพื้นที่ ซึ่งหลังจากนี้จะใช้เวลาที่เหลืออยู่สื่อสารทั้งผลงานและแนวทางการพัฒนาในอนาคตให้ประชาชนได้รับทราบอย่างครบถ้วน ก่อนถึงวันตัดสินใจในคูหาเลือกตั้งปลายเดือนนี้ 

- ผู้สนับสนุน -