ข่าวสารล่าสุด
การเมือง
จากนักการเงินสู่ผู้นำเมืองท่องเที่ยวระดับโลก เปิดเส้นทาง “ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์” นายกเมืองพัทยา 2 สมัย From Finance to Global Tourism City Leadership: The Journey of Poramet Ngampichet, Pattaya Mayor for a Second Term
หลังได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้กลับมานั่งเก้าอี้นายกเมืองพัทยาอีกสมัย ชื่อของ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ หรือ "เบียร์" กลายเป็นหนึ่งในบุคคลทางการเมืองท้องถิ่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอีกครั้ง ด้วยประสบการณ์ทั้งในแวดวงธุรกิจ การเมืองระดับชาติ และการบริหารเมืองพัทยา ทำให้เขาเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่มีเส้นทางการทำงานยาวนานกว่า 20 ปีหลายคนรู้จัก "เบียร์ ปรเมศวร์" ในฐานะนายกเมืองพัทยา แต่หากย้อนดูเส้นทางชีวิต จะพบว่าเขาเริ่มต้นจากสายการเงิน หลังสำเร็จการศึกษาด้านการเงินจาก California State University, San Bernardino ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนเข้าทำงานกับธนาคารไทยพาณิชย์ และก้าวสู่การบริหารธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของเมืองพัทยาประสบการณ์ภาคธุรกิจ ทำให้เขาเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเมือง ก่อนเข้าสู่สนามการเมือง เริ่มจากผู้ช่วย ส.ส. นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี รองนายกเมืองพัทยา และผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรมปี 2565 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ เมื่อได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเมืองพัทยา พร้อมประกาศแนวคิด "เมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากล" ก่อนเดินหน้าผลักดันโครงการพัฒนาเมืองหลายด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ การพัฒนาชายหาด การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการยกระดับบริการด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนตลอดวาระแรก เมืองพัทยามีการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติต่อเนื่อง ทั้งด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ และการท่องเที่ยว ควบคู่กับการผลักดันโครงการพัฒนาเมืองในหลายมิติ ซึ่งกลายเป็นผลงานที่ใช้สื่อสารกับประชาชนตลอดช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมาการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ประชาชนยังคงมอบความไว้วางใจให้ "ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์" กลับมาบริหารเมืองพัทยาอีกสมัย นับเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อแนวทางการพัฒนาเมืองที่เขาและทีมงานวางไว้ พร้อมเดินหน้าสานต่อวิสัยทัศน์ 3 เป้าหมาย 33 นโยบาย เพื่อขับเคลื่อนพัทยาให้เติบโตควบคู่กับคุณภาพชีวิตของประชาชนแม้จะกลับมาดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง แต่ความท้าทายของผู้บริหารเมืองพัทยายังคงมีอยู่รอบด้าน ทั้งการยกระดับระบบสาธารณูปโภค การบริหารเมืองท่องเที่ยว การจัดการสิ่งแวดล้อม การรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ และการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของการบริหารเมืองในอีก 4 ปีข้างหน้า
การเมือง
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงพื้นที่สังเกตการณ์การรับหีบและอุปกรณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงพื้นที่สังเกตการณ์การรับหีบและอุปกรณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนวันเลือกตั้ง พร้อมย้ำทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569ที่ห้องประชุมสภาตากสิน ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยนายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเมืองพัทยา ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสังเกตการณ์การรับมอบหีบและอุปกรณ์การเลือกตั้งพันตำรวจตรีเดชพล กอสนาน ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการพัฒนาผู้นำทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 (พนต.2) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำจากทุกภาคส่วน ทั้งนักการเมือง ผู้บริหารพรรคการเมือง ภาครัฐ และภาคเอกชน ให้มีความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการประชาธิปไตยและการบริหารจัดการเลือกตั้งนอกจากนี้ ผู้เข้ารับการอบรมยังได้ศึกษาดูงานกระบวนการเลือกตั้งจากสถานที่จริง ตั้งแต่การรับมอบวัสดุอุปกรณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง การจัดเตรียมหน่วยเลือกตั้ง ไปจนถึงการลงคะแนนเสียง เพื่อเรียนรู้กระบวนการจัดการเลือกตั้งที่เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้สำหรับการแจกจ่ายหีบและอุปกรณ์เลือกตั้ง เมืองพัทยาได้แบ่งช่วงเวลาการรับมอบของแต่ละเขตเลือกตั้ง เพื่อลดความแออัดและความสับสน โดยกำหนดให้เขต 1 รับอุปกรณ์เวลา 08.00–10.00 น. เขต 2 เวลา 10.00–12.00 น. เขต 3 เวลา 13.00–15.00 น. และเขต 4 เวลา 15.00–17.00 น.การเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยาในครั้งนี้ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 80,204 คน แบ่งเป็น 4 เขตเลือกตั้ง รวม 113 หน่วยเลือกตั้ง ได้แก่ เขต 1 จำนวน 28 หน่วย เขต 2 จำนวน 27 หน่วย เขต 3 จำนวน 25 หน่วย และเขต 4 จำนวน 33 หน่วยเมืองพัทยาขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีรายชื่อ เพื่อร่วมกันเลือกผู้แทนและผู้บริหารท้องถิ่นเข้ามาพัฒนาเมืองพัทยาต่อไป
การเมือง
เมืองพัทยาชี้แจงจัดซื้อรถตู้ 2 คัน วงเงิน 8.57 ล้านบาท ย้ำดำเนินการตามขั้นตอนกว่า 9 เดือน ใช้ภารกิจส่วนรวม ไม่ใช่รถประจำบุคคล Pattaya City Clarifies 8.57-Million-Baht Van Procurement
เมืองพัทยาชี้แจงกรณีการจัดซื้อรถยนต์ตู้จำนวน 2 คัน วงเงิน 8.57 ล้านบาท หลังมีการตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าของโครงการ โดยยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของภาครัฐ ใช้ระยะเวลาดำเนินการมากกว่า 9 เดือน และไม่ได้จัดซื้อเพื่อรองรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งนางน้ำผึ้ง ชาลีชาติ ผู้อำนวยการสำนักพัสดุและทรัพย์สิน เมืองพัทยา เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ภายหลังเมืองพัทยามีรายได้และงบประมาณเพิ่มเติม จึงนำมาพิจารณาจัดสรรเป็นงบลงทุนสำหรับภารกิจที่มีความจำเป็นต่อองค์กรหลังจากได้รับอนุมัติงบประมาณ หน่วยงานได้ดำเนินการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ จัดทำรายละเอียดโครงการ และเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลาง (e-GP) ตามระเบียบทุกขั้นตอนผู้อำนวยการสำนักพัสดุและทรัพย์สิน ระบุว่า การประกวดราคาในครั้งแรกช่วงต้นปี 2569 ไม่มีผู้ยื่นเสนอราคา ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ในเดือนเมษายน 2569 ก่อนจะได้ผู้ชนะการเสนอราคาและประกาศผลเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลาของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามปกติสำหรับความจำเป็นในการจัดซื้อรถยนต์ตู้ทั้ง 2 คัน เมืองพัทยาระบุว่า ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษและเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ มีภารกิจต้อนรับคณะผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน และคณะบุคคลจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมระดับประเทศและนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของเมืองนอกจากนี้ รถที่จัดซื้อเป็นรถระบบไฮบริด ซึ่งช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษาในระยะยาว พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่เป็นเวลา 8 ปี ขณะที่รถเดิมของเมืองพัทยามีอายุการใช้งานมากกว่า 16 ปี และมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ รถยนต์ตู้ทั้ง 2 คัน จะเป็นทรัพย์สินของเมืองพัทยา ใช้สำหรับภารกิจราชการโดยรวม ไม่ได้กำหนดให้เป็นรถประจำตำแหน่งหรือรถประจำบุคคล โดยทุกหน่วยงานสามารถขอใช้งานตามระเบียบราชการที่กำหนดได้
อุบัติเหตุ
ระทึก!! พระเพลิงเผาบ้าน 2 ชั้นกลางเมืองพัทยาวอดทั้งหลัง ชาวบ้านตะโกนเรียกยายวัย 74 ปี ให้รีบหนีตาย
ระทึก!! พระเพลิงเผาบ้าน 2 ชั้นกลางเมืองพัทยาวอดทั้งหลัง ชาวบ้านตะโกนเรียกยายวัย 74 ปี ให้รีบหนีตาย รอดหวุดหวิดเมื่อเวลา 12.20 น. ( 23 มิถุนายน 2569 ) ร.ต.ท.ภูผา โฮงยากุล รอง สว.สอบสวน สภ.มืองพัทยา เร่งตรวจสอบหลังรับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 489/2 ซ.เฉลิมพระเกียรติ 26 (เศรษฐี ) ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งประสานฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางบกเมืองพัทยา สนับรถน้ำ รถดับเพลิงจำนวน 3 คัน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา ร่วมสนับสนุนในที่เกิดเหตุในที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นปูนชั้นบนเป็นไม้ พบแสงเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่บริเวณชั้น 2 ของตัวบ้านอย่างรุนแรง และมีควันฟันสีดำลอยจำนวนมากขึ้นลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า จนสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล รถดับเพลิงของเมืองพัทยาระดมฉีดน้ำสกัดแสงเพลิง โดยใช้เวลาประมาณ ครึ่งชั่วโมง สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นพบว่าบ้านถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายบริเวณชั้นที่ 2 ทั้งหมดด้าน นางทองเจือ โดยอาสา อายุ 74 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งอยู่ในอาการตกใจกลัวสุดขีด เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองอยู่ในบ้านชั้นล่างกำลังทำความสะอาดชั้นล่าง และยินเสียงโป๊ะอยู่บนชั้นที่ 2 แต่พยายามดูก็ไม่เห็นมีอะไร จนกระทั่งมีเพื่อนบ้านตะโกนว่าบ้านไฟไหม้ให้ตนเองรีบออกมา ตนเองจึงรีบวิ่งหนีตายออกจากบ้านทันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมมีการกั้นพื้นที่ ไม่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปบริเวณจุดเกิดเหตุ ส่วนสาเหตุในครั้งนี้คาดว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตามจะได้ประสาน ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้ามาทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ท่องเที่ยว
เที่ยวพัทยาไม่ง้อทะเล! “บ้านไร่นายหนิง” Family Farm Destination แห่งใหม่ของตะเคียนเตี้ย เอาใจเด็กและครอบครัว
หากพูดถึง “ตะเคียนเตี้ย” หลายคนอาจนึกถึงอาหารพื้นบ้านชื่อดังอย่าง “แกงไก่กะลา” หรือร้านอาหารป่ารสจัดจ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน แต่วันนี้พื้นที่สีเขียวแห่งนี้กำลังมีจุดเช็กอินใหม่ที่น่าจับตามอง สำหรับครอบครัวที่มองหาสถานที่พักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ และใกล้ตัวเมืองพัทยา “บ้านไร่นายหนิง Cafe & Farm” กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของตำบลตะเคียนเตี้ย ที่รวบรวมทั้งคาเฟ่ ฟาร์มสัตว์ กิจกรรมสำหรับเด็ก และพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติไว้ในพื้นที่เดียว บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นและวิถีชุมชนที่ยังคงเสน่ห์แบบชนบทเอาไว้ได้อย่างลงตัว จุดเด่นของที่นี่คือโซน Family Farm และ Mini Zoo ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ใกล้ชิดกับสัตว์อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งกระต่าย ม้า แพะ เป็ด ห่าน และสัตว์เลี้ยงอีกหลายชนิด พร้อมกิจกรรมให้อาหารสัตว์และถ่ายภาพแบบใกล้ชิด สร้างประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียนที่ได้รับความนิยมจากครอบครัวที่พาบุตรหลานมาใช้เวลาร่วมกันในวันหยุด นอกจากนี้ ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ยังมีการนำสัตว์แปลกและสัตว์เลี้ยง Exotic หมุนเวียนมาให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสและเรียนรู้เพิ่มเติม อาทิ อีกัวน่า กิ้งก่าเครา และสัตว์หาชมยากชนิดต่าง ๆ เพิ่มสีสันให้กับบรรยากาศภายในฟาร์มอยู่เสมอ อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจคือโซน Workshop และ Cooking Class สำหรับเด็ก ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ลงมือสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง ทั้งงานศิลปะ งานประดิษฐ์ และกิจกรรมทำอาหาร ช่วยส่งเสริมจินตนาการ การเรียนรู้ และการใช้เวลาร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว สำหรับสายกิจกรรมกลางแจ้ง ภายในพื้นที่ยังมีสนาม ATV สำหรับเด็ก รวมถึงลานกิจกรรมขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับกิจกรรมครอบครัวได้หลากหลายรูปแบบ ขณะที่ผู้ปกครองสามารถนั่งพักผ่อน จิบกาแฟ หรือชมวิวธรรมชาติได้อย่างสบาย ในส่วนของคาเฟ่ มีทั้งเครื่องดื่ม ขนม และมุมถ่ายภาพสไตล์ฟาร์มที่กำลังได้รับความนิยมบนโลกออนไลน์ ส่วนช่วงเย็นบรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นโซนรับประทานอาหารกลางแจ้ง พร้อมเมนูหมูกระทะ แจ่วฮ้อน และอาหารจานเดียว ท่ามกลางวิวทุ่งหญ้าและแสงไฟยามค่ำคืนที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับพื้นที่แห่งนี้ ในอนาคตทางฟาร์มยังมีแผนพัฒนาพื้นที่ลานกางเต็นท์และกิจกรรมกลางแจ้งเพิ่มเติม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น บ้านไร่นายหนิง Cafe & Farm เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. ตั้งอยู่ภายในซอยตะเคียนเตี้ย 45 อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งสายคาเฟ่ สายครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหามุมพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติไม่ไกลจากเมืองพัทยา
กีฬา
Women Make History at EasyKart Pattaya ทีมหญิงล้วนสร้างประวัติศาสตร์ ลงสนามโกคาร์ทเอ็นดูรานซ์ 6 ชั่วโมง ศึก 6 Hour Team Endurance Race 2026
พัทยา, ชลบุรี – สนาม EasyKart.net สาขาแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา จัดการแข่งขันรายการ “6 Hour Team Endurance Race 2026” ศึกโกคาร์ทประเภทเอ็นดูรานซ์ต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง ชิงเงินรางวัลรวม 95,000 บาท โดยมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 11 ทีม ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและความท้าทายบนสนามมาตรฐานระดับสากลไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันปีนี้อยู่ที่การส่งทีมแข่งหญิงล้วน “EasyKart Speed Angels” ลงชิงชัยเคียงข้างทีมชายอีก 10 ทีม นับเป็นครั้งแรกที่ทีมหญิงล้วนได้ลงแข่งขันในศึกเอ็นดูรานซ์ระดับนี้ ภายใต้โครงการ “Pattaya Girls Challenge” ซึ่ง EasyKart Pattaya จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หญิงก้าวเข้าสู่โลกมอเตอร์สปอร์ตอย่างจริงจัง ตั้งแต่การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ การฝึกซ้อมร่วมกับนักแข่งมืออาชีพ ไปจนถึงการลงสนามแข่งขันจริงทีม EasyKart Speed Angels ประกอบด้วย น.ส.พิชญาภา ดนุไทย, น.ส.สุภัทรา หอมกลิ่น, น.ส.สุรีลักษณ์ นามพระฤทธิ์, น.ส.ภัทรศยา ศรีภิรมย์, น.ส.สารีน่า เฮาเทอคัต, น.ส.พรทิพย์ แก้วฤทธิ์ และ น.ส.สุภาพร พณิชย์เจริญวงศ์ ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัครจำนวนมากและได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องตลอดโครงการการแข่งขันประเภท Endurance เป็นการแข่งขันที่ไม่ได้วัดกันเพียงความเร็ว แต่ยังต้องอาศัยการวางแผน การบริหารเวลา การเปลี่ยนตัวนักขับ การสื่อสารภายในทีม และการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลา 6 ชั่วโมง ทำให้ทุกทีมต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบเพื่อรักษามาตรฐานการแข่งขันจนถึงเส้นชัยแม้จะต้องเผชิญหน้ากับทีมที่มีประสบการณ์สูง แต่ทีมหญิงล้วนสามารถแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความแข็งแกร่ง และศักยภาพในการแข่งขันได้อย่างน่าประทับใจ สร้างสีสันและได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ชมภายในสนามตลอดการแข่งขันผลการแข่งขันปรากฏว่า อันดับ 1 ได้แก่ ทีม DA TEAM รับเงินรางวัล 50,000 บาท อันดับ 2 ทีม RCA RACING TEAM รับเงินรางวัล 30,000 บาท และอันดับ 3 ทีม MANG MEE MOTORSPORT รับเงินรางวัล 15,000 บาทแม้ทีม EasyKart Speed Angels จะยังไม่สามารถก้าวขึ้นสู่โพเดียมได้ แต่การลงแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงได้แสดงศักยภาพในกีฬาความเร็ว พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กล้าก้าวเข้าสู่สนามแข่งขันและค้นหาขีดความสามารถของตนเองสำหรับการแข่งขันรายการต่อไปของ EasyKart Pattaya จะมีขึ้นในวันที่ 12 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของปี โดยคาดว่าจะมีนักแข่งจากทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมการแข่งขันอย่างคึกคักอีกครั้ง
ท่องเที่ยว
POP MART บุกพัทยา เปิดแลนด์มาร์ก Art Toy ริมชายหาดแห่งแรกของโลก พร้อมเปิดสโตร์ใหม่กลางเมืองท่องเที่ยว
พัทยาเดินหน้าสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ครั้งใหม่ เมื่อ POP MART แบรนด์ Art Toy ระดับโลก ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และเมืองพัทยา เปิดตัวโครงการ “POP ON THE BEACH” แลนด์มาร์ก Art Toy ริมชายหาดแห่งแรกของโลก บริเวณชายหาดพัทยากลาง พร้อมเปิด POP MART Official Store สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา อย่างเป็นทางการโครงการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างสีสันให้กับเมืองพัทยา โดยนำคาแรกเตอร์ยอดนิยมจาก POP MART มาจัดแสดงในรูปแบบประติมากรรมขนาดใหญ่ริมชายหาด เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ร่วมถ่ายภาพ เช็กอิน และสัมผัสบรรยากาศ Pop Culture ท่ามกลางวิวทะเลพัทยาแลนด์มาร์ก “POP ON THE BEACH” ถูกออกแบบให้เป็นจุดหมายใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวและนักสะสม Art Toy ที่เดินทางมายังพัทยา โดยตั้งอยู่บริเวณชายหาดพัทยากลาง ซึ่งสามารถเข้าชมและถ่ายภาพได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2569นอกจากการจัดแสดงริมชายหาดแล้ว POP MART ยังได้เปิด POP MART Official Store ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา อย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบ Art Toy จากทั่วโลก ภายในร้านรวบรวมสินค้าลิขสิทธิ์แท้และคอลเลกชันยอดนิยมของ POP MART ไว้อย่างครบครัน พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ใจกลางเมืองพัทยาการเปิดตัวโครงการครั้งนี้เป็นการแสดงถึงศักยภาพของพัทยาในการพัฒนาเมืองสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ศิลปะร่วมสมัย และวัฒนธรรม Pop Culture ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างการใช้จ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปชมแลนด์มาร์ก “POP ON THE BEACH” ได้ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง และเลือกซื้อสินค้าจาก POP MART Official Store ได้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เทคโนโลยี
Midjourney ประกาศพัฒนาสแกนเนอร์ร่างกายมนุษย์ สำหรับใช้ด้านการแพทย์ (ข่าวจริง)
ที่ต้องบอกไว้ตั้งแต่ต้น เผื่ออ่านแล้วเกิดสงสัยว่าใช่ Midjourney ที่รู้จักหรือไม่ โดยบริษัทที่หลายคนรู้จักจากการพัฒนาเครื่องมือสร้างรูปภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์นี้ได้ประกาศโครงการใหม่ Midjourney Medical ที่ต้องการสร้างเทคโนโลยีซึ่งเก็บข้อมูลจากร่างกายมนุษย์ได้มาก เร็ว และมีต้นทุนต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้อุปกรณ์แรกภายใต้โครงการนี้เครื่องสแกนร่างกาย โดยการทำงานนั้นผู้ถูกสแกนร่างกายจะลงไปในสระน้ำที่มีวงแหวนเซ็นเซอร์ใต้น้ำ ส่งคลื่นสะท้อนในมุมต่าง ๆ เพื่อเก็บข้อมูลร่างกายออกมาให้มากที่สุด โดยกระบวนการนี้ใช้เวลาไม่เกิน 60 วินาที แต่ข้อมูลที่ได้สามารถสร้าง 3D ของร่างกายได้ละเอียดมากกว่า MRI ปัจจุบันนับร้อยเท่าMidjourney บอกว่าเพื่อให้โครงการนี้ง่ายและสนุกสำหรับทุกคน เครื่องสแกนร่างกายนี้จะติดตั้งไว้ใน สปา Midjourney โดยแห่งแรกจะอยู่ที่เมืองซานฟรานซิสโก กำหนดเปิดปี 2027 ทำให้การแช่บ่อน้ำเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลร่างกายไปได้พร้อมกัน โดยบริษัทเชื่อว่าหากการแพทย์มีข้อมูลของแต่ละบุคคลที่ละเอียดมากขึ้น ย่อมลดโอกาสการเสียชีวิตจากเหตุต่าง ๆ ได้มาก รวมทั้งสามารถลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ได้อีกมาก โครงการนี้อยู่ในขั้นตอนการอนุมัติจาก FDA ซึ่งบริษัทคาดว่าจะทันก่อนเปิดให้บริการสปา และเตรียมขยายไปยังเมืองอื่นเพิ่มเติมต่อไปที่มา: Midjourney
การเมือง
ปรเมศวร์เผยกระแสตอบรับดีทุกพื้นที่ เดินหน้าพบประชาชนผู้ประกอบการ ชวนคนพัทยาออกมาใช้สิทธิ
ปรเมศวร์เผยกระแสตอบรับดีทุกพื้นที่ เดินหน้าพบประชาชนผู้ประกอบการ ชวนคนพัทยาออกมาใช้สิทธิ เหลือเวลาอีกเพียง ไม่กี่วันก่อนถึงวันเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา บรรยากาศการหาเสียงของผู้สมัครแต่ละกลุ่มเริ่มเข้มข้นมากขึ้น โดยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 2 ในนามกลุ่ม “เรารักพัทยา” เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงพื้นที่หาเสียงว่า ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง หลังเดินสายพบปะประชาชนแทบทุกวันนับตั้งแต่สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทีมงานได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนในชุมชน หมู่บ้าน และพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วเมืองพัทยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอนโยบาย โดยสิ่งที่ได้รับกลับมาคือกำลังใจและเสียงสะท้อนจากประชาชนในหลายพื้นที่ ซึ่งถือเป็นแรงผลักดันสำคัญในการทำงาน อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนในหลายพื้นที่ แต่นายปรเมศวร์ยังคงแสดงท่าทีถ่อมตัว โดยระบุว่าการเลือกตั้งยังเหลือเวลาอีกหลายวัน และทุกคะแนนเสียงยังมีความสำคัญ พร้อมย้ำว่าผู้ที่จะเป็นผู้ตัดสินอนาคตของเมืองพัทยาคือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จึงไม่ประมาทและยังคงเดินหน้าลงพื้นที่อย่างเต็มที่ในทุกวันจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้งสำหรับช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง นอกจากการลงพื้นที่พบปะประชาชนตามชุมชนต่าง ๆ ด้วยตนเองแล้ว นายปรเมศวร์ยังเตรียมเข้าพบกลุ่มผู้ประกอบการในภาคส่วนต่าง ๆ ของเมืองพัทยา เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังข้อเสนอแนะ และสื่อสารถึงแนวทางการพัฒนาเมือง รวมถึงผลงานที่ได้ดำเนินการตลอดช่วงการบริหารงานที่ผ่านมาขณะเดียวกัน ยังเตรียมเดินหน้ารณรงค์เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ให้มากที่สุด โดยมองว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาเมือง และเป็นโอกาสที่คนพัทยาจะร่วมกันกำหนดทิศทางอนาคตของเมืองในอีก 4 ปีข้างหน้า นายปรเมศวร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา กลุ่มเรารักพัทยาพยายามขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองในหลายด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจของคนในพื้นที่ ซึ่งหลังจากนี้จะใช้เวลาที่เหลืออยู่สื่อสารทั้งผลงานและแนวทางการพัฒนาในอนาคตให้ประชาชนได้รับทราบอย่างครบถ้วน ก่อนถึงวันตัดสินใจในคูหาเลือกตั้งปลายเดือนนี้
อาชญากรรม
4 หน่วยงานลุยตรวจแรงงานในโครงการโรงละครจีนสองพันล้าน เตรียมเปิดดันท่องเที่ยวพบคนงานจำนวนมากมีเอกสารถูกต้อง
4 หน่วยงานลุยตรวจแรงงานในโครงการโรงละครจีนสองพันล้าน เตรียมเปิดดันท่องเที่ยวพบคนงานจำนวนมากมีเอกสารถูกต้อง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 มิ.ย.69 พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พ.ต.ท.กิตติภัทร หงษ์ชูเวช สว.ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา , ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง และเจ้าหน้าที่ส่วนควบคุมอาคาร สำนักช่างเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างโรงละครขนาดใหญ่บริเวณริมถนนพัทยาใต้ ม. 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี การตรวจสอบหลังได้รับการร้องเรียนให้ตรวจสอบโครงการดังกล่าว เนื่องจากมีขนาดใหญ่และมีกลุ่มแรงงานจีนจำนวนมาก รวมทั้งกลุ่มแรงงานสัญชาติอื่น ซึ่งโครงการก่อสร้างตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 22 ไร่ มีแรงงานสัญชาติจีนเป็นช่างเทคนิคจำนวน 19 คน และแรงงานสัญชาติเมียนมาประมาณ 100 คน เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบเอกสารการทำงานแล้วพบว่าแรงงานชาวเมียนม่าทุกคนมีใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนช่างเทคนิคชาวจีนจำนวน 19 คน พบช่างเทคนิคจีนจำนวน 10 ราย ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดการแจ้งที่พักอาศัยต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเข้าพัก จึงถูกดำเนินการตามกฎหมายและเปรียบเทียบปรับรายละ 2,000 บาท ส่วนโครงการดังกล่าวเป็นการร่วมลงทุนระหว่างคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และบริษัท ส้งเฉิง โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่บนพื้นที่รวมกว่า 149,162 ตารางเมตร ภายในประกอบด้วยโรงมหรสพจำนวน 3 โรง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ลานจอดรถรองรับได้ประมาณ 400 คัน ระบบทางเข้า-ออก และจุดกลับรถอย่างเป็นสัดส่วน ซึ่งโครงการยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จ พร้อมเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการปลายปีนี้ โดยคาดว่าเมื่อแล้วเสร็จจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่พัทยาเพิ่มขึ้น เพราะเป็นบริษัทใหญ่ที่สุดในจีน ที่มีโชว์จำนวน 13 ที่ทั่งประเทศจีน
กองบรรณาธิการมาตรฐาน
BTV News สื่อดีที่รักคุณ