"เบียร์ ปรเมศวร์" นำทีมเรารักพัทยาแห่ขอบคุณทั่วเมือง ประชาชนโบกมือให้กำลังใจตลอดเส้นทาง หลังคว้าชัยเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา Beer Ngampichet Leads Citywide Thank-You Parade After Winning Pattaya Mayoral Election

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ภายหลังได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาอีกสมัย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ หรือ "เบียร์" นายกเมืองพัทยา พร้อมทีม "เรารักพัทยา" และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) ทั้ง 4 เขต จัดขบวนรถแห่ขอบคุณประชาชนทั่วเมืองพัทยา เพื่อแสดงความขอบคุณต่อทุกคะแนนเสียงและกำลังใจที่ได้รับจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา

ขบวนรถเริ่มเคลื่อนจากศูนย์ประสานงานเรารักพัทยา มุ่งหน้าตามถนนสุขุมวิท ผ่านแยกชัยพฤกษ์ ลงสู่ชายหาดจอมเทียน ก่อนวิ่งเลียบชายหาด เข้าสู่ถนนทัพพระยา เชื่อมต่อถนนพัทยาสายสอง ผ่านวงเวียนปลาโลมา มุ่งสู่นาเกลือ วิ่งผ่านพื้นที่หลังวัดช่องลม ลัดเลาะออกบริเวณบ้านสุขาวดี และกลับเข้าสู่ศูนย์ประสานงาน รวมระยะเวลากว่า 2 ชั่วโมง

ตลอดเส้นทาง ประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ใช้รถใช้ถนน ต่างออกมายืนโบกมือ ส่งเสียงให้กำลังใจ และร่วมแสดงความยินดีกับนายปรเมศวร์และทีมงาน หลายจุดมีประชาชนรอริมถนนเพื่อถ่ายภาพและโบกธงทักทาย สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และความคึกคัก

นายปรเมศวร์ พร้อมสมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 4 เขต ได้โบกมือทักทายและกล่าวขอบคุณประชาชนตลอดเส้นทาง พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิบัติตามนโยบายที่ให้คำมั่นไว้กับประชาชน โดยมุ่งสานต่อการพัฒนาเมืองภายใต้วิสัยทัศน์ "เมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากล" เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ระบบสาธารณูปโภค และคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่

นายปรเมศวร์กล่าวว่า ความไว้วางใจที่ได้รับจากประชาชนในครั้งนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการทำงาน พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าบริหารเมืองอย่างเต็มกำลัง ร่วมกับทีม "เรารักพัทยา" และสมาชิกสภาเมืองพัทยา เพื่อผลักดันนโยบายที่ประกาศไว้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และขับเคลื่อนเมืองพัทยาให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ

การจัดขบวนรถแห่ขอบคุณในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงความขอบคุณต่อทุกคะแนนเสียงแล้ว ยังเป็นการประกาศความพร้อมของทีมผู้บริหารชุดใหม่ในการเริ่มต้นทำงานเพื่อประชาชน โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาเมืองพัทยาให้ก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอีก 4 ปีข้างหน้า