ข่าวสารล่าสุด
ทั่วไป
EEC ดันชลบุรีสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคต คาดจ้างงานใหม่กว่า 1 แสนตำแหน่งภายในปี 2572 Chonburi Set for 100,000 New Jobs as EEC Investment Surges
ชลบุรีเนื้อหอม นักลงทุนแห่ลงทุน EEC คาดสร้างงานใหม่กว่า 1 แสนอัตรา เด็กจบใหม่ลุ้นเงินเดือนทะลุ 2 หมื่นบาทการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยระบุว่า จังหวัดชลบุรีกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ และมีแนวโน้มได้รับการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาตินายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. เปิดเผยว่า จังหวัดชลบุรีมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง มอเตอร์เวย์ ระบบราง และฐานอุตสาหกรรมเดิมที่แข็งแกร่ง ทำให้เป็นพื้นที่เป้าหมายของการลงทุนในอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ อาหารอัจฉริยะ และพลังงานสะอาดปัจจุบันจังหวัดชลบุรีมีนิคมอุตสาหกรรม 28 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 55,810 ไร่ มีโรงงานกว่า 2,613 แห่ง และมีการจ้างงานรวมมากกว่า 346,000 คนกนอ. คาดการณ์ว่าในช่วงปี 2570-2572 ความต้องการแรงงานในพื้นที่ EEC จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 15 ต่อปี หรือคิดเป็นการจ้างงานใหม่มากกว่า 100,000 อัตรา ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่นอกจากนี้ กนอ. ยังมองว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจะเป็นโอกาสสำคัญของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาอาชีวศึกษาและผู้จบใหม่ที่มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนเริ่มต้นมากกว่า 20,000 บาทต่อเดือนเพื่อรองรับความต้องการแรงงานในอนาคต กนอ. ได้จัดตั้งสถาบันวิทยาการอุตสาหกรรม กนอ. (I-EA-T Academy) เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานไทยผ่านการ Upskill และ Reskill ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่และความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน กนอ. ยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านการผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียวและเมืองอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ EEC
ทั่วไป
สมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 1 ร่วมภาคประชาชน เปิดโรงทานแบ่งปันอาหารและกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย Pattaya Community Leaders Host Charity Meal for Medical Staff and Patients
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี คณะสมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 1 พร้อมด้วย นายสุริวัฒน์ เริ่มกิจการ อดีตสมาชิกสภาเมืองพัทยา, นายกรณ์ พัฒนสิน อดีตผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา, นายมรกด หนูห่วง อดีตสมาชิกสภาเมืองพัทยา และน้องเล็ก บ้านก๋ง อาเล่าเซียน ร่วมกันจัดกิจกรรมแบ่งปันน้ำใจ เปิดโรงทานนำอาหารและเครื่องดื่มมาแจกจ่ายให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลภายในกิจกรรมมีการจัดเตรียมอาหารและของว่างหลากหลายรายการ อาทิ ส้มตำ ไก่เขย่า ขนมจีนน้ำยา ขนมครก ขนมขบเคี้ยว และน้ำสมุนไพร เพื่อให้ผู้มารับบริการได้ร่วมรับประทาน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งต่อกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยอย่างเสียสละ รวมถึงสร้างรอยยิ้มและเติมพลังใจให้แก่ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย โดยสะท้อนถึงความร่วมมือของภาคประชาชนในการร่วมแบ่งปันและช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง
ทั่วไป
เมืองพัทยาเปิด “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” ขนสินค้าราคาประหยัดช่วยลดค่าครองชีพ ประชาชนแห่ช้อปคึกคัก Pattaya Launches ‘Thai Smile Community Market’ to Ease Cost of Living
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ด้านหน้าศาลาว่าการเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” ภายใต้โครงการธงฟ้าราคาประหยัด ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมีคณะผู้บริหารเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ พนักงานเมืองพัทยา ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากภายในงานมีการนำสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพจากผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่มาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน อาทิ ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์ซักล้าง อาหารปรุงสุก ผักปลอดสารพิษ และของใช้ในครัวเรือนอีกหลากหลายรายการบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชน ข้าราชการ และพนักงานเมืองพัทยา เดินทางมาเลือกซื้อสินค้ากันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสินค้าหลายรายการมีราคาต่ำกว่าท้องตลาด ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นไปพร้อมกันกิจกรรม “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและวิสาหกิจชุมชนให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้า รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามนโยบายลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนทั้งนี้ เมืองพัทยาขอเชิญชวนประชาชนติดตามและร่วมอุดหนุนกิจกรรม “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” ซึ่งจัดเป็นประจำทุกวันศุกร์ที่ 2 ของเดือน ณ ศาลาว่าการเมืองพัทยา เพื่อร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชนและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพในราคาประหยัด
ทั่วไป
ทลฉ.เดินหน้า “ห่วงใย ใส่ใจ สุขภาพชุมชน” ตรวจสุขภาพ 39 ชุมชนรอบท่าเรือ ย้ำพัฒนาพื้นที่ควบคู่คุณภาพชีวิต
ทลฉ.เดินหน้า “ห่วงใย ใส่ใจ สุขภาพชุมชน” ตรวจสุขภาพ 39 ชุมชนรอบท่าเรือ ย้ำพัฒนาพื้นที่ควบคู่คุณภาพชีวิต เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ โรงพยาบาลแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เป็นประธานเปิดโครงการ “ท่าเรือแหลมฉบัง ห่วงใย ใส่ใจ สุขภาพชุมชน” โดยมีผู้นำชุมชน ประชาชน จาก 39 ชุมชน เข้าร่วมนางสิริมา เผยว่า ปีนี้ ท่าเรือแหลมฉบังร่วมกับโรงพยาบาลแหลมฉบัง จัดตรวจสุขภาพให้ประชาชนใน 39 ชุมชน ครอบคลุมการตรวจ 20 รายการ แบ่งเป็นการตรวจเลือดและการตรวจอัลตราซาวด์ เพื่อให้ประชาชนทราบภาวะสุขภาพของตนเอง สามารถป้องกันและรักษาโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโดย ผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เป็นผู้นำชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับท่าเรือ ซึ่งต้องทำหน้าที่ดูแลประชาชนจนมักละเลยการดูแลสุขภาพของตนเอง ท่าเรือจึงต้องการให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง เพราะเมื่อดูแลตัวเองได้ ก็จะสามารถดูแลชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมย้ำว่า การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญของทุกช่วงวัย ท่าเรือแหลมฉบังจะยังคงเดินหน้าดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา และความปลอดภัย โดยหลังเสร็จสิ้นโครงการตรวจสุขภาพ ยังมีการสนับสนุนงบประมาณจ้างครูสอนภาษาอังกฤษให้แก่โรงเรียนรอบท่าเรือ 7 แห่ง ในพื้นที่ 3 เขตเทศบาล ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนอกจากนี้ ท่าเรือแหลมฉบังยังจัดกิจกรรมซ้อมแผนฉุกเฉินร่วมกับชุมชนและสถานศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินและเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่รอบท่าเรือด้านนางรุ่งทิวา ใจกุศล ประธานชุมชนบ้านทุ่งกราด กล่าวว่า โครงการตรวจสุขภาพของท่าเรือแหลมฉบังเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะช่วยให้ผู้นำชุมชนและประชาชนได้เข้าถึงการตรวจสุขภาพอย่างทั่วถึง หลายคนที่ไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อนสามารถตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ทันท่วงที จึงอยากให้มีการจัดโครงการลักษณะนี้เป็นประจำทุกปี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ร้านเด็ด
รีวิวคาเฟ่พัทยา "สายหวานเบรคเฮ้าส์" เปิดเมนูไวรัล "ครัวซองต์หมออ้อย" อร่อยจริง ไอเดียสุดฮา เชฟโรงแรมทำเอง Pattaya Café Review: Saiwan Bakehouse Goes Viral with the Hilarious “Doctor Oi Croissant”
รีวิวคาเฟ่พัทยา "สายหวานเบรคเฮ้าส์" เปิดเมนูไวรัล "ครัวซองต์หมออ้อย" อร่อยจริง ไอเดียสุดฮา เชฟโรงแรมทำเองPattaya Café Review: Saiwan Bakehouse Goes Viral with the Hilarious “Doctor Oi Croissant”หากกำลังมองหาร้านคาเฟ่และเบเกอรี่ในเมืองพัทยาที่มีเมนูไม่เหมือนใคร "สายหวานเบรคเฮ้าส์" ภายในซอยเขาตาโล 16/1 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี คืออีกหนึ่งร้านที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังเปิดตัวเมนูไวรัลอย่าง "ครัวซองต์หมออ้อย" ซึ่งทั้งเรียกเสียงหัวเราะและสร้างสีสันบนโซเชียลมีเดีย จนมีลูกค้าและสายคอนเทนต์เดินทางมาถ่ายรูปและลิ้มลองกันอย่างต่อเนื่องแม้หน้าตาของเมนูจะสะดุดตาและชวนอมยิ้ม แต่เบื้องหลังคือครัวซองต์นมสดที่ใช้เนยคุณภาพดี อบใหม่ทุกวัน สอดไส้ครีมสดเนื้อเนียน รสชาติหอม มัน และไม่หวานจนเกินไป ทำให้หลายคนที่ตั้งใจมาถ่ายรูป ต่างยอมรับว่า "อร่อยกว่าที่คิด"นายอาทิตย์ ชมสวัสดิ์ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านและเชฟเบเกอรี่ เปิดเผยว่า แนวคิดเมนูนี้เกิดจากลูกค้าประจำที่ต้องการเค้กวันเกิดแบบแปลกใหม่ไว้แกล้งเพื่อนในงานเลี้ยง หลังได้รับเสียงตอบรับที่ดี จึงนำไอเดียมาต่อยอดเป็นเมนูครัวซองต์ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของร้านและถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็วเชฟอาทิตย์มีประสบการณ์ด้านการทำขนมปังและเบเกอรี่มากกว่า 15 ปี ผ่านการทำงานในโรงแรมชั้นนำหลายแห่ง ก่อนเปิดร้านของตัวเอง รับทำเค้กและเบเกอรี่ตามออเดอร์ เปิดสอนทำเบเกอรี่ เป็นที่ปรึกษาให้กับคาเฟ่หลายแห่งในเมืองพัทยา และยังดำรงตำแหน่งหนึ่งในคณะกรรมการสมาคมเบเกอรี่ภาคตะวันออกนอกจากเมนูไวรัลแล้ว ภายในร้านยังมีเค้กแฟนซี เค้กวันเกิดดีไซน์พิเศษ เบเกอรี่โฮมเมด เครื่องดื่ม และกาแฟหลากหลายรายการ พร้อมมุมนั่งพักและมุมถ่ายรูปสไตล์อินดัสเทรียล เหมาะทั้งสำหรับคนที่มาหาของหวาน รับประทานกาแฟ หรือกำลังมองหาร้านเค้กสำหรับโอกาสพิเศษ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถแวะไปได้ที่ สายหวานเบรคเฮ้าส์ ซอยเขาตาโล 16/1 เปิดให้บริการเวลา 09.00-18.00 น. หยุดทุกวันอังคาร หรือสอบถามรายละเอียดและสั่งเค้กล่วงหน้าได้ที่ 061-391-8401 และ 083-092-0418
ท่องเที่ยว
เปิดมุมพักผ่อนใจกลางพัทยา! JB Boutique Hotel โรงแรมบูทีคสุดอบอุ่น เริ่มต้นเพียง 800 บาท ห้องกว้าง ทำเลดี ใกล้ Walking Street Discover a Cozy Stay in Central Pattaya at JB Boutique Hotel – Spacious Rooms from Just THB 800, Minutes from Walking Street
พัทยาไม่ได้มีเพียงโรงแรมหรูระดับห้าดาวเท่านั้น หากใครกำลังมองหาที่พักคุณภาพดีในงบประมาณสบายกระเป๋า JB Boutique Hotel บริเวณปากซอยพระตำหนัก ซอย 1 ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง ห้องพักกว้างขวาง บรรยากาศเงียบสงบ และราคาเริ่มต้นเพียง 800 บาทต่อคืนโรงแรมมีห้องพักทั้งหมด 29 ห้อง ภายใต้แนวคิดโรงแรมบูทีคที่เน้นการบริการแบบใกล้ชิด ด้วยจำนวนห้องพักที่ไม่มาก ทำให้ทีมงานสามารถดูแลผู้เข้าพักได้อย่างทั่วถึง สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองตั้งแต่ก้าวแรกที่เช็กอินแม้จะเป็นโรงแรมในระดับราคาหลักร้อย แต่ห้องพักกลับมีพื้นที่กว้าง โปร่ง โล่งสบาย ไม่อึดอัด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์จอแบน ตู้เย็นขนาดเล็ก กาต้มน้ำไฟฟ้า ตู้นิรภัย ห้องน้ำส่วนตัว และบริการอินเทอร์เน็ต Wi-Fi ฟรี เหมาะสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน และผู้ที่เดินทางมาติดต่อธุรกิจในเมืองพัทยาห้องพักมีให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่ Standard Room, Superior King Room, Deluxe Pool View Room และ Family Room รองรับผู้เข้าพักตั้งแต่ 2 คน ไปจนถึงครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน โดยตกแต่งในโทนสีขาว-น้ำเงิน ให้ความรู้สึกสะอาด สบายตา สำหรับห้อง Deluxe Pool View Room ยังมีระเบียงส่วนตัว สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำและพื้นที่สีเขียวภายในโรงแรม เพิ่มบรรยากาศแห่งการพักผ่อน แม้อยู่ใจกลางเมืองท่องเที่ยวอีกหนึ่งจุดเด่นคือ ทำเลที่ตั้ง ซึ่งสามารถเดินทางไปยัง Walking Street, ชายหาดพัทยา, ท่าเรือแหลมบาลีฮาย รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และคาเฟ่ชื่อดังได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังมีรถสองแถววิ่งผ่านหน้าโรงแรมตลอดทั้งวัน ช่วยให้การเดินทางภายในเมืองเป็นเรื่องง่ายโดยไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวภายในโรงแรมยังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ล็อบบี้ ห้องอาหาร และแผนกต้อนรับที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงนอกจากนี้ยังมี ห้องอาหารอินเดีย ที่เปิดให้บริการทั้งผู้เข้าพักและบุคคลทั่วไป เสิร์ฟเมนูอาหารอินเดียต้นตำรับ รวมถึงอาหารนานาชาติ โดยช่วงเช้ามีบริการทั้ง Indian Breakfast และ American Breakfast ส่วนมื้อค่ำมีเมนูอาหารและชุดดินเนอร์ในราคาเริ่มต้นประมาณ 200 บาท ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ Mr. Suresh Bhatt ที่ปรึกษาด้านธุรกิจ เปิดเผยว่า JB Boutique Hotel เดิมเปิดให้บริการในชื่อ Kudos Boutique ก่อนจะมีการปรับโฉมและยกระดับการให้บริการใหม่ โดยยังคงจุดแข็งด้านทำเล ซึ่งอยู่ใกล้ Walking Street, ชายหาดพัทยา และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง พร้อมมุ่งเน้นการบริการที่เป็นกันเอง เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าพักทุกคนด้าน Mr. Jatin Vadi ผู้บริหาร JB Boutique Hotel กล่าวว่า หลังจากมีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวพัทยาและประทับใจเสน่ห์ของเมืองแห่งนี้ จึงตัดสินใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจโรงแรม โดยตั้งใจสร้างที่พักที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สะดวกสบาย และใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ผู้เข้าพักได้รับประสบการณ์ที่ดีและอยากกลับมาใช้บริการอีกครั้งด้วยทำเลที่ตั้งที่เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ห้องพักที่กว้างขวาง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การบริการที่อบอุ่น และราคาที่เข้าถึงได้ JB Boutique Hotel จึงเป็นอีกหนึ่งที่พักน่าจับตามองของเมืองพัทยา เหมาะสำหรับการเดินทางทั้งแบบครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือผู้ที่เดินทางมาทำงาน โดยเริ่มต้นเพียง 800 บาทต่อคืน ก็สามารถสัมผัสการพักผ่อนใจกลางเมืองได้อย่างคุ้มค่า รายละเอียดสถานที่JB Boutique Hotel 📍 ปากซอยพระตำหนัก ซอย 1 เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีประเภทที่พัก Boutique Hotel จำนวน 29 ห้องพัก ประเภทห้องพัก Standard Room Superior King Room Deluxe Pool View Room Family Room สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำกลางแจ้ง Wi-Fi ฟรี ห้องอาหาร ที่จอดรถ แผนกต้อนรับ 24 ชั่วโมง ห้องพักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องอาหาร Indian Breakfast American Breakfast อาหารอินเดียต้นตำรับ อาหารนานาชาติ Dinner Set เริ่มต้นประมาณ 200 บาท ราคาเริ่มต้น ห้องพักเริ่มต้นประมาณ 800 บาท/คืน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาและโปรโมชั่น)
ท่องเที่ยว
เมืองพัทยาเคาะทดลองเปิดโป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ 24 ชั่วโมง 1 เดือน วางกฎเข้มก่อนประเมินผลใช้งานระยะยาว Pattaya City to Pilot 24-Hour Opening of Naklua Traditional Fishing Pier for One Month Under Strict Regulations
(30 มิ.ย. 69) ที่สวนสาธารณะลานโพธิ์นาเกลือ เมืองพัทยา จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับแนวทางบริหารจัดการ โป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถีและส่งเสริมประมงพื้นบ้านนาเกลือ โดยมี นายวรพต พงษ์พาลี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุง ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่างประชาชนกับเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายวิสิฐศักดิ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาการท่องเที่ยว สำนักการท่องเที่ยวและกีฬา เมืองพัทยา ร่วมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า ชาวประมง และประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นและแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ ก่อนที่เมืองพัทยาจะกำหนดมาตรการใช้งานอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายให้การใช้พื้นที่เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งด้านการท่องเที่ยว การส่งเสริมวิถีประมงพื้นบ้าน และการรักษาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนโดยรอบตลอดการประชุม มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยประเด็นสำคัญคือช่วงเวลาเปิด-ปิดโป๊ะเทียบเรือ ซึ่งมีทั้งข้อเสนอให้เปิดถึงเวลา 21.00 น. 22.00 น. หรือเที่ยงคืน ขณะที่ประชาชนอีกจำนวนหนึ่งเห็นว่าควรเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ต้องมีมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เนื่องจากเริ่มพบกลุ่มวัยรุ่นเข้าไปใช้พื้นที่ในช่วงกลางคืน ส่งเสียงดัง และเกรงว่าจะเกิดการมั่วสุม หากไม่มีการกำกับดูแลที่เหมาะสมด้านกลุ่มผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้าเห็นว่า หากเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง จะช่วยสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้มากขึ้น แต่ต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงบังคับใช้กฎระเบียบอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนภายหลังการหารือร่วมกัน ทุกฝ่ายได้ข้อสรุปเบื้องต้นให้ ทดลองเปิดใช้งานโป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 1 เดือน พร้อมกำหนดกฎระเบียบควบคู่กันไป ก่อนประเมินผลการใช้งานและพิจารณาแนวทางบริหารจัดการที่เหมาะสมในระยะยาวสำหรับมาตรการในช่วงทดลอง กำหนดให้ประชาชนสามารถใช้พื้นที่สำหรับกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีประมงและการท่องเที่ยว อาทิ ตกปลา ตกหมึก และพักผ่อนชมทัศนียภาพริมทะเล ขณะที่ ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามรับประทานอาหาร ห้ามส่งเสียงดัง และห้ามนำรถทุกชนิดลงบนโป๊ะโดยเด็ดขาด พร้อมติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ข้อปฏิบัติและข้อห้าม 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน รวมถึงติดตั้งกล้องวงจรปิด และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ตามมาตรการของเมืองพัทยา ทั้งนี้ โป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถีและส่งเสริมประมงพื้นบ้านนาเกลือ ที่เมืองพัทยาพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับพื้นที่ Old Town นาเกลือ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีประมง เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับชุมชน พร้อมเพิ่มพื้นที่พักผ่อน จุดชมวิวริมทะเล และรองรับกิจกรรมที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของชุมชนประมงพื้นบ้าน เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ ควบคู่กับการอนุรักษ์วิถีชีวิตและเสน่ห์ของชุมชนนาเกลือให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน
การเมือง
"ภาสกร" ว่าที่ ส.ม.เขต 1 คะแนนสูงสุด 4,165 คะแนน แจงบทบาทสมาชิกสภาเมืองพัทยา ชูเร่งแก้ข้อบัญญัติล้าสมัย-เดินหน้าศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด
ภายหลังผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ซึ่งอยู่ระหว่างการประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภาสกร อยู่สมบูรณ์ ว่าที่สมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 1 กลุ่มเรารักพัทยา ผู้ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาครั้งนี้ 4,165 คะแนน และอดีตสมาชิกสภาเมืองพัทยา ได้เปิดเผยถึงบทบาท อำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาเมืองพัทยา พร้อมอธิบายภารกิจของฝ่ายนิติบัญญัติท้องถิ่น ซึ่งยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า สมาชิกสภาเมืองพัทยาเป็นฝ่ายบริหาร ทั้งยังระบุถึงภารกิจเร่งด่วนที่ต้องผลักดัน หากได้รับการรับรองผลการเลือกตั้งและเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการนายภาสกร กล่าวว่า สมาชิกสภาเมืองพัทยามีหน้าที่หลักในการพิจารณาและให้ความเห็นชอบข้อบัญญัติเมืองพัทยา ซึ่งเปรียบเสมือนกฎหมายท้องถิ่น รวมถึงการพิจารณางบประมาณและกลั่นกรองโครงการต่าง ๆ ที่ฝ่ายบริหารเสนอเข้าสู่สภา เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างเหมาะสม คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน หากพบว่าโครงการใดไม่เหมาะสม หรือยังมีข้อบกพร่อง สภาสามารถท้วงติงและส่งกลับไปให้ฝ่ายบริหารปรับปรุง ก่อนนำกลับเข้าสู่การพิจารณาใหม่ได้นอกจากนี้ ยังยอมรับว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยยังเข้าใจว่า สมาชิกสภาเมืองพัทยาสามารถสั่งการหรือบริหารงานได้โดยตรง ทั้งที่บทบาทที่แท้จริงคือการรับฟังปัญหาจากประชาชน นำเข้าสู่ที่ประชุมสภา และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นระบบนายภาสกร ระบุว่า ภารกิจเร่งด่วนหลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ คือการผลักดันให้มีการปรับปรุงข้อบัญญัติของเมืองพัทยาหลายฉบับที่ใช้มานานและไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของเมืองในปัจจุบัน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานและการพัฒนาโครงการต่าง ๆ พร้อมผลักดันให้มีกฎหมายท้องถิ่นที่ทันสมัย รองรับการเติบโตของเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติส่วนโครงการที่เห็นว่าควรเร่งดำเนินการโดยเร็ว คือโครงการศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดบนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ เพื่อแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ โดยศูนย์ดังกล่าวจะรองรับการดูแล รักษา ทำหมัน และบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งของประชาชนและสัตว์จรจัดสำหรับประเด็นที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่า สมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยามาจากกลุ่มการเมืองเดียวกัน จะสามารถตรวจสอบการทำงานได้หรือไม่นั้น นายภาสกร ยืนยันว่า สมาชิกสภามีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารตามกลไกของกฎหมาย หากประชาชนพบข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการใด สามารถเสนอเรื่องผ่านสมาชิกสภา เพื่อให้ตั้งกระทู้ถามหรือพิจารณาในสภา รวมถึงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบได้ หากเห็นว่าโครงการดังกล่าวไม่เกิดความคุ้มค่าหรือไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมนายภาสกร กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งปัญหาที่ต้องเร่งผลักดันคือการบูรณาการการทำงานระหว่างเมืองพัทยา การประปา และการไฟฟ้า เพื่อให้การก่อสร้างหรือปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคดำเนินการพร้อมกัน ลดปัญหาการขุดถนนซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นข้อร้องเรียนของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนรับฟังปัญหาและผลักดันการแก้ไขอย่างเต็มที่ โดยประชาชนสามารถแจ้งปัญหาได้ผ่านสมาชิกสภาเมืองพัทยา หรือศูนย์รับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์เมืองพัทยา สายด่วน 1337 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการต่อไป
การเมือง
"เบียร์ ปรเมศวร์" นำทีมเรารักพัทยาแห่ขอบคุณทั่วเมือง ประชาชนโบกมือให้กำลังใจตลอดเส้นทาง หลังคว้าชัยเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา Beer Ngampichet Leads Citywide Thank-You Parade After Winning Pattaya Mayoral Election
วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ภายหลังได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาอีกสมัย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ หรือ "เบียร์" นายกเมืองพัทยา พร้อมทีม "เรารักพัทยา" และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) ทั้ง 4 เขต จัดขบวนรถแห่ขอบคุณประชาชนทั่วเมืองพัทยา เพื่อแสดงความขอบคุณต่อทุกคะแนนเสียงและกำลังใจที่ได้รับจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาขบวนรถเริ่มเคลื่อนจากศูนย์ประสานงานเรารักพัทยา มุ่งหน้าตามถนนสุขุมวิท ผ่านแยกชัยพฤกษ์ ลงสู่ชายหาดจอมเทียน ก่อนวิ่งเลียบชายหาด เข้าสู่ถนนทัพพระยา เชื่อมต่อถนนพัทยาสายสอง ผ่านวงเวียนปลาโลมา มุ่งสู่นาเกลือ วิ่งผ่านพื้นที่หลังวัดช่องลม ลัดเลาะออกบริเวณบ้านสุขาวดี และกลับเข้าสู่ศูนย์ประสานงาน รวมระยะเวลากว่า 2 ชั่วโมงตลอดเส้นทาง ประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ใช้รถใช้ถนน ต่างออกมายืนโบกมือ ส่งเสียงให้กำลังใจ และร่วมแสดงความยินดีกับนายปรเมศวร์และทีมงาน หลายจุดมีประชาชนรอริมถนนเพื่อถ่ายภาพและโบกธงทักทาย สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และความคึกคักนายปรเมศวร์ พร้อมสมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 4 เขต ได้โบกมือทักทายและกล่าวขอบคุณประชาชนตลอดเส้นทาง พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิบัติตามนโยบายที่ให้คำมั่นไว้กับประชาชน โดยมุ่งสานต่อการพัฒนาเมืองภายใต้วิสัยทัศน์ "เมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากล" เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ระบบสาธารณูปโภค และคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่นายปรเมศวร์กล่าวว่า ความไว้วางใจที่ได้รับจากประชาชนในครั้งนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการทำงาน พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าบริหารเมืองอย่างเต็มกำลัง ร่วมกับทีม "เรารักพัทยา" และสมาชิกสภาเมืองพัทยา เพื่อผลักดันนโยบายที่ประกาศไว้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และขับเคลื่อนเมืองพัทยาให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ การจัดขบวนรถแห่ขอบคุณในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงความขอบคุณต่อทุกคะแนนเสียงแล้ว ยังเป็นการประกาศความพร้อมของทีมผู้บริหารชุดใหม่ในการเริ่มต้นทำงานเพื่อประชาชน โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาเมืองพัทยาให้ก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอีก 4 ปีข้างหน้า
การเมือง
"เจ็กวัฒน์" ต่อสายยินดี "พี่เบียร์" ก่อนขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชน ฝากสานต่อนโยบายเพื่อชาวพัทยา Jekwat Congratulates Re-elected Pattaya Mayor Pramote Ngampichet, Calls for Continued Public Policies
วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ภายหลังทราบผลการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร หรือ "เจ็กวัฒน์" อดีตผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 1 จากพรรคประชาชน พร้อมทีมผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) ครบทั้ง 4 เขต ลงพื้นที่ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนที่ให้การสนับสนุนและมอบคะแนนเสียงตลอดการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยตระเวนพบปะประชาชนตามเส้นทางต่าง ๆ ทั่วเมืองพัทยาก่อนออกเดินทาง นายอิทธิวัฒน์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยกล่าวขอบคุณประชาชนทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมยอมรับผลการเลือกตั้งด้วยความเคารพ และแสดงความยินดีกับนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาอีกสมัยนายอิทธิวัฒน์กล่าวว่า แม้ผลการเลือกตั้งจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่ยังมีหลายนโยบายที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน จึงอยากฝากให้ผู้บริหารเมืองนำไปพิจารณาสานต่อ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งศูนย์เด็กเล็ก 24 ชั่วโมง การยกระดับระบบประปาที่ได้มาตรฐานสำหรับพื้นที่เกาะล้าน รวมถึงการพัฒนาศูนย์เยาวชนและสนามกีฬา เพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์นอกจากนี้ ยังระบุว่า พรรคประชาชนจะนำผลการเลือกตั้งครั้งนี้กลับไปทบทวน รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และประเมินปัจจัยต่าง ๆ เพื่อนำไปพัฒนาการทำงานทางการเมืองในอนาคต ทั้งในด้านประสบการณ์ การสื่อสารนโยบาย และการเข้าถึงประชาชนภายหลังการให้สัมภาษณ์ นายอิทธิวัฒน์ได้โทรศัพท์ถึงนายปรเมศวร์ เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับชัยชนะในการเลือกตั้ง พร้อมกล่าวว่า"ยินดีด้วยครับพี่เบียร์ ทุกอย่างเหมือนเดิม พี่ชายเหมือนเดิม ขอเป็นกำลังใจให้พี่เบียร์ ยินดีด้วยครับ... รักเสมอนะครับ"ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะพูดคุยให้กำลังใจกันด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตร สะท้อนความสัมพันธ์ที่ดีแม้จะเป็นคู่แข่งทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้ จากนั้น นายอิทธิวัฒน์พร้อมทีมผู้สมัคร ได้ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนทั่วเมืองพัทยา เพื่อกล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงและทุกกำลังใจที่ได้รับ พร้อมยืนยันว่าจะยังคงทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนในบทบาทของภาคประชาชน และติดตามผลักดันประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อชาวพัทยาต่อไป แม้ไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายบริหารในครั้งนี้ก็ตาม
กองบรรณาธิการมาตรฐาน
BTV News สื่อดีที่รักคุณ