โฆษณาผู้สนับสนุน

ข่าวสารล่าสุด

ทั่วไป

ทลฉ.เดินหน้า “ห่วงใย ใส่ใจ สุขภาพชุมชน” ตรวจสุขภาพ 39 ชุมชนรอบท่าเรือ ย้ำพัฒนาพื้นที่ควบคู่คุณภาพชีวิต

ทลฉ.เดินหน้า “ห่วงใย ใส่ใจ สุขภาพชุมชน” ตรวจสุขภาพ 39 ชุมชนรอบท่าเรือ  ย้ำพัฒนาพื้นที่ควบคู่คุณภาพชีวิต     เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ โรงพยาบาลแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เป็นประธานเปิดโครงการ “ท่าเรือแหลมฉบัง ห่วงใย ใส่ใจ สุขภาพชุมชน”  โดยมีผู้นำชุมชน  ประชาชน จาก 39 ชุมชน  เข้าร่วมนางสิริมา เผยว่า ปีนี้ ท่าเรือแหลมฉบังร่วมกับโรงพยาบาลแหลมฉบัง จัดตรวจสุขภาพให้ประชาชนใน 39 ชุมชน ครอบคลุมการตรวจ 20 รายการ แบ่งเป็นการตรวจเลือดและการตรวจอัลตราซาวด์ เพื่อให้ประชาชนทราบภาวะสุขภาพของตนเอง สามารถป้องกันและรักษาโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโดย ผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เป็นผู้นำชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับท่าเรือ ซึ่งต้องทำหน้าที่ดูแลประชาชนจนมักละเลยการดูแลสุขภาพของตนเอง ท่าเรือจึงต้องการให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง เพราะเมื่อดูแลตัวเองได้ ก็จะสามารถดูแลชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมย้ำว่า การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญของทุกช่วงวัย ท่าเรือแหลมฉบังจะยังคงเดินหน้าดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา และความปลอดภัย โดยหลังเสร็จสิ้นโครงการตรวจสุขภาพ ยังมีการสนับสนุนงบประมาณจ้างครูสอนภาษาอังกฤษให้แก่โรงเรียนรอบท่าเรือ 7 แห่ง ในพื้นที่ 3 เขตเทศบาล ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนอกจากนี้ ท่าเรือแหลมฉบังยังจัดกิจกรรมซ้อมแผนฉุกเฉินร่วมกับชุมชนและสถานศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินและเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่รอบท่าเรือด้านนางรุ่งทิวา ใจกุศล ประธานชุมชนบ้านทุ่งกราด กล่าวว่า โครงการตรวจสุขภาพของท่าเรือแหลมฉบังเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะช่วยให้ผู้นำชุมชนและประชาชนได้เข้าถึงการตรวจสุขภาพอย่างทั่วถึง หลายคนที่ไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อนสามารถตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ทันท่วงที จึงอยากให้มีการจัดโครงการลักษณะนี้เป็นประจำทุกปี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ครัวซองต์หมออ้อย เมนูไวรัลจากร้านสายหวานเบรคเฮ้าส์ พัทยา ร้านเด็ด

รีวิวคาเฟ่พัทยา "สายหวานเบรคเฮ้าส์" เปิดเมนูไวรัล "ครัวซองต์หมออ้อย" อร่อยจริง ไอเดียสุดฮา เชฟโรงแรมทำเอง Pattaya Café Review: Saiwan Bakehouse Goes Viral with the Hilarious “Doctor Oi Croissant”

รีวิวคาเฟ่พัทยา "สายหวานเบรคเฮ้าส์" เปิดเมนูไวรัล "ครัวซองต์หมออ้อย" อร่อยจริง ไอเดียสุดฮา เชฟโรงแรมทำเองPattaya Café Review: Saiwan Bakehouse Goes Viral with the Hilarious “Doctor Oi Croissant”หากกำลังมองหาร้านคาเฟ่และเบเกอรี่ในเมืองพัทยาที่มีเมนูไม่เหมือนใคร "สายหวานเบรคเฮ้าส์" ภายในซอยเขาตาโล 16/1 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี คืออีกหนึ่งร้านที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังเปิดตัวเมนูไวรัลอย่าง "ครัวซองต์หมออ้อย" ซึ่งทั้งเรียกเสียงหัวเราะและสร้างสีสันบนโซเชียลมีเดีย จนมีลูกค้าและสายคอนเทนต์เดินทางมาถ่ายรูปและลิ้มลองกันอย่างต่อเนื่องแม้หน้าตาของเมนูจะสะดุดตาและชวนอมยิ้ม แต่เบื้องหลังคือครัวซองต์นมสดที่ใช้เนยคุณภาพดี อบใหม่ทุกวัน สอดไส้ครีมสดเนื้อเนียน รสชาติหอม มัน และไม่หวานจนเกินไป ทำให้หลายคนที่ตั้งใจมาถ่ายรูป ต่างยอมรับว่า "อร่อยกว่าที่คิด"นายอาทิตย์ ชมสวัสดิ์ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านและเชฟเบเกอรี่ เปิดเผยว่า แนวคิดเมนูนี้เกิดจากลูกค้าประจำที่ต้องการเค้กวันเกิดแบบแปลกใหม่ไว้แกล้งเพื่อนในงานเลี้ยง หลังได้รับเสียงตอบรับที่ดี จึงนำไอเดียมาต่อยอดเป็นเมนูครัวซองต์ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของร้านและถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็วเชฟอาทิตย์มีประสบการณ์ด้านการทำขนมปังและเบเกอรี่มากกว่า 15 ปี ผ่านการทำงานในโรงแรมชั้นนำหลายแห่ง ก่อนเปิดร้านของตัวเอง รับทำเค้กและเบเกอรี่ตามออเดอร์ เปิดสอนทำเบเกอรี่ เป็นที่ปรึกษาให้กับคาเฟ่หลายแห่งในเมืองพัทยา และยังดำรงตำแหน่งหนึ่งในคณะกรรมการสมาคมเบเกอรี่ภาคตะวันออกนอกจากเมนูไวรัลแล้ว ภายในร้านยังมีเค้กแฟนซี เค้กวันเกิดดีไซน์พิเศษ เบเกอรี่โฮมเมด เครื่องดื่ม และกาแฟหลากหลายรายการ พร้อมมุมนั่งพักและมุมถ่ายรูปสไตล์อินดัสเทรียล เหมาะทั้งสำหรับคนที่มาหาของหวาน รับประทานกาแฟ หรือกำลังมองหาร้านเค้กสำหรับโอกาสพิเศษ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถแวะไปได้ที่ สายหวานเบรคเฮ้าส์ ซอยเขาตาโล 16/1 เปิดให้บริการเวลา 09.00-18.00 น. หยุดทุกวันอังคาร หรือสอบถามรายละเอียดและสั่งเค้กล่วงหน้าได้ที่ 061-391-8401 และ 083-092-0418

"JB Boutique Hotel โรงแรมบูทีคใจกลางเมืองพัทยา ห้องพักกว้าง สระว่ายน้ำกลางแจ้ง พร้อมห้องอาหารอินเดีย ใกล้ Walking Street และท่าเรือแหลมบาลีฮาย" ท่องเที่ยว

เปิดมุมพักผ่อนใจกลางพัทยา! JB Boutique Hotel โรงแรมบูทีคสุดอบอุ่น เริ่มต้นเพียง 800 บาท ห้องกว้าง ทำเลดี ใกล้ Walking Street Discover a Cozy Stay in Central Pattaya at JB Boutique Hotel – Spacious Rooms from Just THB 800, Minutes from Walking Street

พัทยาไม่ได้มีเพียงโรงแรมหรูระดับห้าดาวเท่านั้น หากใครกำลังมองหาที่พักคุณภาพดีในงบประมาณสบายกระเป๋า JB Boutique Hotel บริเวณปากซอยพระตำหนัก ซอย 1 ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง ห้องพักกว้างขวาง บรรยากาศเงียบสงบ และราคาเริ่มต้นเพียง 800 บาทต่อคืนโรงแรมมีห้องพักทั้งหมด 29 ห้อง ภายใต้แนวคิดโรงแรมบูทีคที่เน้นการบริการแบบใกล้ชิด ด้วยจำนวนห้องพักที่ไม่มาก ทำให้ทีมงานสามารถดูแลผู้เข้าพักได้อย่างทั่วถึง สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองตั้งแต่ก้าวแรกที่เช็กอินแม้จะเป็นโรงแรมในระดับราคาหลักร้อย แต่ห้องพักกลับมีพื้นที่กว้าง โปร่ง โล่งสบาย ไม่อึดอัด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์จอแบน ตู้เย็นขนาดเล็ก กาต้มน้ำไฟฟ้า ตู้นิรภัย ห้องน้ำส่วนตัว และบริการอินเทอร์เน็ต Wi-Fi ฟรี เหมาะสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน และผู้ที่เดินทางมาติดต่อธุรกิจในเมืองพัทยาห้องพักมีให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่ Standard Room, Superior King Room, Deluxe Pool View Room และ Family Room รองรับผู้เข้าพักตั้งแต่ 2 คน ไปจนถึงครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน โดยตกแต่งในโทนสีขาว-น้ำเงิน ให้ความรู้สึกสะอาด สบายตา สำหรับห้อง Deluxe Pool View Room ยังมีระเบียงส่วนตัว สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำและพื้นที่สีเขียวภายในโรงแรม เพิ่มบรรยากาศแห่งการพักผ่อน แม้อยู่ใจกลางเมืองท่องเที่ยวอีกหนึ่งจุดเด่นคือ ทำเลที่ตั้ง ซึ่งสามารถเดินทางไปยัง Walking Street, ชายหาดพัทยา, ท่าเรือแหลมบาลีฮาย รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และคาเฟ่ชื่อดังได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังมีรถสองแถววิ่งผ่านหน้าโรงแรมตลอดทั้งวัน ช่วยให้การเดินทางภายในเมืองเป็นเรื่องง่ายโดยไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวภายในโรงแรมยังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ล็อบบี้ ห้องอาหาร และแผนกต้อนรับที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงนอกจากนี้ยังมี ห้องอาหารอินเดีย ที่เปิดให้บริการทั้งผู้เข้าพักและบุคคลทั่วไป เสิร์ฟเมนูอาหารอินเดียต้นตำรับ รวมถึงอาหารนานาชาติ โดยช่วงเช้ามีบริการทั้ง Indian Breakfast และ American Breakfast ส่วนมื้อค่ำมีเมนูอาหารและชุดดินเนอร์ในราคาเริ่มต้นประมาณ 200 บาท ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ Mr. Suresh Bhatt ที่ปรึกษาด้านธุรกิจ เปิดเผยว่า JB Boutique Hotel เดิมเปิดให้บริการในชื่อ Kudos Boutique ก่อนจะมีการปรับโฉมและยกระดับการให้บริการใหม่ โดยยังคงจุดแข็งด้านทำเล ซึ่งอยู่ใกล้ Walking Street, ชายหาดพัทยา และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง พร้อมมุ่งเน้นการบริการที่เป็นกันเอง เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าพักทุกคนด้าน Mr. Jatin Vadi ผู้บริหาร JB Boutique Hotel กล่าวว่า หลังจากมีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวพัทยาและประทับใจเสน่ห์ของเมืองแห่งนี้ จึงตัดสินใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจโรงแรม โดยตั้งใจสร้างที่พักที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สะดวกสบาย และใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ผู้เข้าพักได้รับประสบการณ์ที่ดีและอยากกลับมาใช้บริการอีกครั้งด้วยทำเลที่ตั้งที่เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ห้องพักที่กว้างขวาง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การบริการที่อบอุ่น และราคาที่เข้าถึงได้ JB Boutique Hotel จึงเป็นอีกหนึ่งที่พักน่าจับตามองของเมืองพัทยา เหมาะสำหรับการเดินทางทั้งแบบครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือผู้ที่เดินทางมาทำงาน โดยเริ่มต้นเพียง 800 บาทต่อคืน ก็สามารถสัมผัสการพักผ่อนใจกลางเมืองได้อย่างคุ้มค่า รายละเอียดสถานที่JB Boutique Hotel 📍 ปากซอยพระตำหนัก ซอย 1 เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีประเภทที่พัก Boutique Hotel จำนวน 29 ห้องพัก ประเภทห้องพัก Standard Room Superior King Room Deluxe Pool View Room Family Room สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำกลางแจ้ง Wi-Fi ฟรี ห้องอาหาร ที่จอดรถ แผนกต้อนรับ 24 ชั่วโมง ห้องพักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องอาหาร Indian Breakfast American Breakfast อาหารอินเดียต้นตำรับ อาหารนานาชาติ Dinner Set เริ่มต้นประมาณ 200 บาท ราคาเริ่มต้น ห้องพักเริ่มต้นประมาณ 800 บาท/คืน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาและโปรโมชั่น)  

โป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ ซึ่งเมืองพัทยาจะทดลองเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 1 เดือน ภายใต้กฎระเบียบด้านความปลอดภัย ก่อนประเมินผลเพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการในระยะยาว ท่องเที่ยว

เมืองพัทยาเคาะทดลองเปิดโป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ 24 ชั่วโมง 1 เดือน วางกฎเข้มก่อนประเมินผลใช้งานระยะยาว Pattaya City to Pilot 24-Hour Opening of Naklua Traditional Fishing Pier for One Month Under Strict Regulations

(30 มิ.ย. 69) ที่สวนสาธารณะลานโพธิ์นาเกลือ เมืองพัทยา จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับแนวทางบริหารจัดการ โป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถีและส่งเสริมประมงพื้นบ้านนาเกลือ โดยมี นายวรพต พงษ์พาลี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุง ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่างประชาชนกับเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายวิสิฐศักดิ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาการท่องเที่ยว สำนักการท่องเที่ยวและกีฬา เมืองพัทยา ร่วมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า ชาวประมง และประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นและแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ ก่อนที่เมืองพัทยาจะกำหนดมาตรการใช้งานอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายให้การใช้พื้นที่เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งด้านการท่องเที่ยว การส่งเสริมวิถีประมงพื้นบ้าน และการรักษาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนโดยรอบตลอดการประชุม มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยประเด็นสำคัญคือช่วงเวลาเปิด-ปิดโป๊ะเทียบเรือ ซึ่งมีทั้งข้อเสนอให้เปิดถึงเวลา 21.00 น. 22.00 น. หรือเที่ยงคืน ขณะที่ประชาชนอีกจำนวนหนึ่งเห็นว่าควรเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ต้องมีมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เนื่องจากเริ่มพบกลุ่มวัยรุ่นเข้าไปใช้พื้นที่ในช่วงกลางคืน ส่งเสียงดัง และเกรงว่าจะเกิดการมั่วสุม หากไม่มีการกำกับดูแลที่เหมาะสมด้านกลุ่มผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้าเห็นว่า หากเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง จะช่วยสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้มากขึ้น แต่ต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงบังคับใช้กฎระเบียบอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนภายหลังการหารือร่วมกัน ทุกฝ่ายได้ข้อสรุปเบื้องต้นให้ ทดลองเปิดใช้งานโป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 1 เดือน พร้อมกำหนดกฎระเบียบควบคู่กันไป ก่อนประเมินผลการใช้งานและพิจารณาแนวทางบริหารจัดการที่เหมาะสมในระยะยาวสำหรับมาตรการในช่วงทดลอง กำหนดให้ประชาชนสามารถใช้พื้นที่สำหรับกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีประมงและการท่องเที่ยว อาทิ ตกปลา ตกหมึก และพักผ่อนชมทัศนียภาพริมทะเล ขณะที่ ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามรับประทานอาหาร ห้ามส่งเสียงดัง และห้ามนำรถทุกชนิดลงบนโป๊ะโดยเด็ดขาด พร้อมติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ข้อปฏิบัติและข้อห้าม 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน รวมถึงติดตั้งกล้องวงจรปิด และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ตามมาตรการของเมืองพัทยา ทั้งนี้ โป๊ะเทียบเรือประมงพื้นบ้านนาเกลือ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถีและส่งเสริมประมงพื้นบ้านนาเกลือ ที่เมืองพัทยาพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับพื้นที่ Old Town นาเกลือ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีประมง เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับชุมชน พร้อมเพิ่มพื้นที่พักผ่อน จุดชมวิวริมทะเล และรองรับกิจกรรมที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของชุมชนประมงพื้นบ้าน เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ ควบคู่กับการอนุรักษ์วิถีชีวิตและเสน่ห์ของชุมชนนาเกลือให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน

นายภาสกร อยู่สมบูรณ์ ว่าที่สมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 1 กลุ่มเรารักพัทยา ผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 4,165 คะแนน ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทหน้าที่ของสมาชิกสภาเมืองพัทยาและแนวทางการผลักดันโครงการเร่งด่วนหลังการเลือกตั้ง การเมือง

"ภาสกร" ว่าที่ ส.ม.เขต 1 คะแนนสูงสุด 4,165 คะแนน แจงบทบาทสมาชิกสภาเมืองพัทยา ชูเร่งแก้ข้อบัญญัติล้าสมัย-เดินหน้าศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด

 ภายหลังผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ซึ่งอยู่ระหว่างการประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภาสกร อยู่สมบูรณ์ ว่าที่สมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 1 กลุ่มเรารักพัทยา ผู้ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาครั้งนี้ 4,165 คะแนน และอดีตสมาชิกสภาเมืองพัทยา ได้เปิดเผยถึงบทบาท อำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาเมืองพัทยา พร้อมอธิบายภารกิจของฝ่ายนิติบัญญัติท้องถิ่น ซึ่งยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า สมาชิกสภาเมืองพัทยาเป็นฝ่ายบริหาร ทั้งยังระบุถึงภารกิจเร่งด่วนที่ต้องผลักดัน หากได้รับการรับรองผลการเลือกตั้งและเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการนายภาสกร กล่าวว่า สมาชิกสภาเมืองพัทยามีหน้าที่หลักในการพิจารณาและให้ความเห็นชอบข้อบัญญัติเมืองพัทยา ซึ่งเปรียบเสมือนกฎหมายท้องถิ่น รวมถึงการพิจารณางบประมาณและกลั่นกรองโครงการต่าง ๆ ที่ฝ่ายบริหารเสนอเข้าสู่สภา เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างเหมาะสม คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน หากพบว่าโครงการใดไม่เหมาะสม หรือยังมีข้อบกพร่อง สภาสามารถท้วงติงและส่งกลับไปให้ฝ่ายบริหารปรับปรุง ก่อนนำกลับเข้าสู่การพิจารณาใหม่ได้นอกจากนี้ ยังยอมรับว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยยังเข้าใจว่า สมาชิกสภาเมืองพัทยาสามารถสั่งการหรือบริหารงานได้โดยตรง ทั้งที่บทบาทที่แท้จริงคือการรับฟังปัญหาจากประชาชน นำเข้าสู่ที่ประชุมสภา และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นระบบนายภาสกร ระบุว่า ภารกิจเร่งด่วนหลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ คือการผลักดันให้มีการปรับปรุงข้อบัญญัติของเมืองพัทยาหลายฉบับที่ใช้มานานและไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของเมืองในปัจจุบัน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานและการพัฒนาโครงการต่าง ๆ พร้อมผลักดันให้มีกฎหมายท้องถิ่นที่ทันสมัย รองรับการเติบโตของเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติส่วนโครงการที่เห็นว่าควรเร่งดำเนินการโดยเร็ว คือโครงการศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดบนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ เพื่อแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ โดยศูนย์ดังกล่าวจะรองรับการดูแล รักษา ทำหมัน และบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งของประชาชนและสัตว์จรจัดสำหรับประเด็นที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่า สมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยามาจากกลุ่มการเมืองเดียวกัน จะสามารถตรวจสอบการทำงานได้หรือไม่นั้น นายภาสกร ยืนยันว่า สมาชิกสภามีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารตามกลไกของกฎหมาย หากประชาชนพบข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการใด สามารถเสนอเรื่องผ่านสมาชิกสภา เพื่อให้ตั้งกระทู้ถามหรือพิจารณาในสภา รวมถึงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบได้ หากเห็นว่าโครงการดังกล่าวไม่เกิดความคุ้มค่าหรือไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมนายภาสกร กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งปัญหาที่ต้องเร่งผลักดันคือการบูรณาการการทำงานระหว่างเมืองพัทยา การประปา และการไฟฟ้า เพื่อให้การก่อสร้างหรือปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคดำเนินการพร้อมกัน ลดปัญหาการขุดถนนซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นข้อร้องเรียนของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนรับฟังปัญหาและผลักดันการแก้ไขอย่างเต็มที่ โดยประชาชนสามารถแจ้งปัญหาได้ผ่านสมาชิกสภาเมืองพัทยา หรือศูนย์รับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์เมืองพัทยา สายด่วน 1337 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการต่อไป            

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมทีม "เรารักพัทยา" โบกมือขอบคุณประชาชนระหว่างขบวนรถแห่ทั่วเมือง ภายหลังได้รับความไว้วางใจให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาอีกสมัย การเมือง

"เบียร์ ปรเมศวร์" นำทีมเรารักพัทยาแห่ขอบคุณทั่วเมือง ประชาชนโบกมือให้กำลังใจตลอดเส้นทาง หลังคว้าชัยเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา Beer Ngampichet Leads Citywide Thank-You Parade After Winning Pattaya Mayoral Election

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ภายหลังได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาอีกสมัย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ หรือ "เบียร์" นายกเมืองพัทยา พร้อมทีม "เรารักพัทยา" และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) ทั้ง 4 เขต จัดขบวนรถแห่ขอบคุณประชาชนทั่วเมืองพัทยา เพื่อแสดงความขอบคุณต่อทุกคะแนนเสียงและกำลังใจที่ได้รับจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาขบวนรถเริ่มเคลื่อนจากศูนย์ประสานงานเรารักพัทยา มุ่งหน้าตามถนนสุขุมวิท ผ่านแยกชัยพฤกษ์ ลงสู่ชายหาดจอมเทียน ก่อนวิ่งเลียบชายหาด เข้าสู่ถนนทัพพระยา เชื่อมต่อถนนพัทยาสายสอง ผ่านวงเวียนปลาโลมา มุ่งสู่นาเกลือ วิ่งผ่านพื้นที่หลังวัดช่องลม ลัดเลาะออกบริเวณบ้านสุขาวดี และกลับเข้าสู่ศูนย์ประสานงาน รวมระยะเวลากว่า 2 ชั่วโมงตลอดเส้นทาง ประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ใช้รถใช้ถนน ต่างออกมายืนโบกมือ ส่งเสียงให้กำลังใจ และร่วมแสดงความยินดีกับนายปรเมศวร์และทีมงาน หลายจุดมีประชาชนรอริมถนนเพื่อถ่ายภาพและโบกธงทักทาย สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และความคึกคักนายปรเมศวร์ พร้อมสมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 4 เขต ได้โบกมือทักทายและกล่าวขอบคุณประชาชนตลอดเส้นทาง พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิบัติตามนโยบายที่ให้คำมั่นไว้กับประชาชน โดยมุ่งสานต่อการพัฒนาเมืองภายใต้วิสัยทัศน์ "เมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากล" เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ระบบสาธารณูปโภค และคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่นายปรเมศวร์กล่าวว่า ความไว้วางใจที่ได้รับจากประชาชนในครั้งนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการทำงาน พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าบริหารเมืองอย่างเต็มกำลัง ร่วมกับทีม "เรารักพัทยา" และสมาชิกสภาเมืองพัทยา เพื่อผลักดันนโยบายที่ประกาศไว้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และขับเคลื่อนเมืองพัทยาให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ การจัดขบวนรถแห่ขอบคุณในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงความขอบคุณต่อทุกคะแนนเสียงแล้ว ยังเป็นการประกาศความพร้อมของทีมผู้บริหารชุดใหม่ในการเริ่มต้นทำงานเพื่อประชาชน โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาเมืองพัทยาให้ก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอีก 4 ปีข้างหน้า

เจ็กวัฒน์นำทีมผู้สมัคร ส.ม. พรรคประชาชน ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนทั่วเมืองพัทยา หลังทราบผลการเลือกตั้งท้องถิ่น ปี 2569 การเมือง

"เจ็กวัฒน์" ต่อสายยินดี "พี่เบียร์" ก่อนขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชน ฝากสานต่อนโยบายเพื่อชาวพัทยา Jekwat Congratulates Re-elected Pattaya Mayor Pramote Ngampichet, Calls for Continued Public Policies

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ภายหลังทราบผลการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร หรือ "เจ็กวัฒน์" อดีตผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 1 จากพรรคประชาชน พร้อมทีมผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) ครบทั้ง 4 เขต ลงพื้นที่ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนที่ให้การสนับสนุนและมอบคะแนนเสียงตลอดการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยตระเวนพบปะประชาชนตามเส้นทางต่าง ๆ ทั่วเมืองพัทยาก่อนออกเดินทาง นายอิทธิวัฒน์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยกล่าวขอบคุณประชาชนทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมยอมรับผลการเลือกตั้งด้วยความเคารพ และแสดงความยินดีกับนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาอีกสมัยนายอิทธิวัฒน์กล่าวว่า แม้ผลการเลือกตั้งจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่ยังมีหลายนโยบายที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน จึงอยากฝากให้ผู้บริหารเมืองนำไปพิจารณาสานต่อ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งศูนย์เด็กเล็ก 24 ชั่วโมง การยกระดับระบบประปาที่ได้มาตรฐานสำหรับพื้นที่เกาะล้าน รวมถึงการพัฒนาศูนย์เยาวชนและสนามกีฬา เพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์นอกจากนี้ ยังระบุว่า พรรคประชาชนจะนำผลการเลือกตั้งครั้งนี้กลับไปทบทวน รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และประเมินปัจจัยต่าง ๆ เพื่อนำไปพัฒนาการทำงานทางการเมืองในอนาคต ทั้งในด้านประสบการณ์ การสื่อสารนโยบาย และการเข้าถึงประชาชนภายหลังการให้สัมภาษณ์ นายอิทธิวัฒน์ได้โทรศัพท์ถึงนายปรเมศวร์ เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับชัยชนะในการเลือกตั้ง พร้อมกล่าวว่า"ยินดีด้วยครับพี่เบียร์ ทุกอย่างเหมือนเดิม พี่ชายเหมือนเดิม ขอเป็นกำลังใจให้พี่เบียร์ ยินดีด้วยครับ... รักเสมอนะครับ"ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะพูดคุยให้กำลังใจกันด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตร สะท้อนความสัมพันธ์ที่ดีแม้จะเป็นคู่แข่งทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้ จากนั้น นายอิทธิวัฒน์พร้อมทีมผู้สมัคร ได้ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนทั่วเมืองพัทยา เพื่อกล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงและทุกกำลังใจที่ได้รับ พร้อมยืนยันว่าจะยังคงทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนในบทบาทของภาคประชาชน และติดตามผลักดันประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อชาวพัทยาต่อไป แม้ไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายบริหารในครั้งนี้ก็ตาม

"ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์" นายกเมืองพัทยา สมัยที่ 2 พร้อมสานต่อวิสัยทัศน์พัฒนาเมืองท่องเที่ยวระดับโลก การเมือง

จากนักการเงินสู่ผู้นำเมืองท่องเที่ยวระดับโลก เปิดเส้นทาง “ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์” นายกเมืองพัทยา 2 สมัย From Finance to Global Tourism City Leadership: The Journey of Poramet Ngampichet, Pattaya Mayor for a Second Term

หลังได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้กลับมานั่งเก้าอี้นายกเมืองพัทยาอีกสมัย ชื่อของ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ หรือ "เบียร์" กลายเป็นหนึ่งในบุคคลทางการเมืองท้องถิ่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอีกครั้ง ด้วยประสบการณ์ทั้งในแวดวงธุรกิจ การเมืองระดับชาติ และการบริหารเมืองพัทยา ทำให้เขาเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่มีเส้นทางการทำงานยาวนานกว่า 20 ปีหลายคนรู้จัก "เบียร์ ปรเมศวร์" ในฐานะนายกเมืองพัทยา แต่หากย้อนดูเส้นทางชีวิต จะพบว่าเขาเริ่มต้นจากสายการเงิน หลังสำเร็จการศึกษาด้านการเงินจาก California State University, San Bernardino ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนเข้าทำงานกับธนาคารไทยพาณิชย์ และก้าวสู่การบริหารธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของเมืองพัทยาประสบการณ์ภาคธุรกิจ ทำให้เขาเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเมือง ก่อนเข้าสู่สนามการเมือง เริ่มจากผู้ช่วย ส.ส. นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี รองนายกเมืองพัทยา และผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรมปี 2565 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ เมื่อได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเมืองพัทยา พร้อมประกาศแนวคิด "เมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากล" ก่อนเดินหน้าผลักดันโครงการพัฒนาเมืองหลายด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ การพัฒนาชายหาด การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการยกระดับบริการด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนตลอดวาระแรก เมืองพัทยามีการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติต่อเนื่อง ทั้งด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ และการท่องเที่ยว ควบคู่กับการผลักดันโครงการพัฒนาเมืองในหลายมิติ ซึ่งกลายเป็นผลงานที่ใช้สื่อสารกับประชาชนตลอดช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมาการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ประชาชนยังคงมอบความไว้วางใจให้ "ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์" กลับมาบริหารเมืองพัทยาอีกสมัย นับเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อแนวทางการพัฒนาเมืองที่เขาและทีมงานวางไว้ พร้อมเดินหน้าสานต่อวิสัยทัศน์ 3 เป้าหมาย 33 นโยบาย เพื่อขับเคลื่อนพัทยาให้เติบโตควบคู่กับคุณภาพชีวิตของประชาชนแม้จะกลับมาดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง แต่ความท้าทายของผู้บริหารเมืองพัทยายังคงมีอยู่รอบด้าน ทั้งการยกระดับระบบสาธารณูปโภค การบริหารเมืองท่องเที่ยว การจัดการสิ่งแวดล้อม การรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ และการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของการบริหารเมืองในอีก 4 ปีข้างหน้า  

การเมือง

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงพื้นที่สังเกตการณ์การรับหีบและอุปกรณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงพื้นที่สังเกตการณ์การรับหีบและอุปกรณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนวันเลือกตั้ง พร้อมย้ำทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569ที่ห้องประชุมสภาตากสิน ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยนายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเมืองพัทยา ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสังเกตการณ์การรับมอบหีบและอุปกรณ์การเลือกตั้งพันตำรวจตรีเดชพล กอสนาน ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการพัฒนาผู้นำทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 (พนต.2) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำจากทุกภาคส่วน ทั้งนักการเมือง ผู้บริหารพรรคการเมือง ภาครัฐ และภาคเอกชน ให้มีความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการประชาธิปไตยและการบริหารจัดการเลือกตั้งนอกจากนี้ ผู้เข้ารับการอบรมยังได้ศึกษาดูงานกระบวนการเลือกตั้งจากสถานที่จริง ตั้งแต่การรับมอบวัสดุอุปกรณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง การจัดเตรียมหน่วยเลือกตั้ง ไปจนถึงการลงคะแนนเสียง เพื่อเรียนรู้กระบวนการจัดการเลือกตั้งที่เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้สำหรับการแจกจ่ายหีบและอุปกรณ์เลือกตั้ง เมืองพัทยาได้แบ่งช่วงเวลาการรับมอบของแต่ละเขตเลือกตั้ง เพื่อลดความแออัดและความสับสน โดยกำหนดให้เขต 1 รับอุปกรณ์เวลา 08.00–10.00 น. เขต 2 เวลา 10.00–12.00 น. เขต 3 เวลา 13.00–15.00 น. และเขต 4 เวลา 15.00–17.00 น.การเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยาในครั้งนี้ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 80,204 คน แบ่งเป็น 4 เขตเลือกตั้ง รวม 113 หน่วยเลือกตั้ง ได้แก่ เขต 1 จำนวน 28 หน่วย เขต 2 จำนวน 27 หน่วย เขต 3 จำนวน 25 หน่วย และเขต 4 จำนวน 33 หน่วยเมืองพัทยาขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีรายชื่อ เพื่อร่วมกันเลือกผู้แทนและผู้บริหารท้องถิ่นเข้ามาพัฒนาเมืองพัทยาต่อไป

รถตู้ไฮบริดเมืองพัทยา 2 คัน วงเงินจัดซื้อ 8.57 ล้านบาท การเมือง

เมืองพัทยาชี้แจงจัดซื้อรถตู้ 2 คัน วงเงิน 8.57 ล้านบาท ย้ำดำเนินการตามขั้นตอนกว่า 9 เดือน ใช้ภารกิจส่วนรวม ไม่ใช่รถประจำบุคคล Pattaya City Clarifies 8.57-Million-Baht Van Procurement

เมืองพัทยาชี้แจงกรณีการจัดซื้อรถยนต์ตู้จำนวน 2 คัน วงเงิน 8.57 ล้านบาท หลังมีการตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าของโครงการ โดยยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของภาครัฐ ใช้ระยะเวลาดำเนินการมากกว่า 9 เดือน และไม่ได้จัดซื้อเพื่อรองรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งนางน้ำผึ้ง ชาลีชาติ ผู้อำนวยการสำนักพัสดุและทรัพย์สิน เมืองพัทยา เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ภายหลังเมืองพัทยามีรายได้และงบประมาณเพิ่มเติม จึงนำมาพิจารณาจัดสรรเป็นงบลงทุนสำหรับภารกิจที่มีความจำเป็นต่อองค์กรหลังจากได้รับอนุมัติงบประมาณ หน่วยงานได้ดำเนินการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ จัดทำรายละเอียดโครงการ และเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลาง (e-GP) ตามระเบียบทุกขั้นตอนผู้อำนวยการสำนักพัสดุและทรัพย์สิน ระบุว่า การประกวดราคาในครั้งแรกช่วงต้นปี 2569 ไม่มีผู้ยื่นเสนอราคา ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ในเดือนเมษายน 2569 ก่อนจะได้ผู้ชนะการเสนอราคาและประกาศผลเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลาของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามปกติสำหรับความจำเป็นในการจัดซื้อรถยนต์ตู้ทั้ง 2 คัน เมืองพัทยาระบุว่า ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษและเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ มีภารกิจต้อนรับคณะผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน และคณะบุคคลจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมระดับประเทศและนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของเมืองนอกจากนี้ รถที่จัดซื้อเป็นรถระบบไฮบริด ซึ่งช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษาในระยะยาว พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่เป็นเวลา 8 ปี ขณะที่รถเดิมของเมืองพัทยามีอายุการใช้งานมากกว่า 16 ปี และมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ รถยนต์ตู้ทั้ง 2 คัน จะเป็นทรัพย์สินของเมืองพัทยา ใช้สำหรับภารกิจราชการโดยรวม ไม่ได้กำหนดให้เป็นรถประจำตำแหน่งหรือรถประจำบุคคล โดยทุกหน่วยงานสามารถขอใช้งานตามระเบียบราชการที่กำหนดได้

- ผู้สนับสนุน -

กองบรรณาธิการมาตรฐาน

BTV News สื่อดีที่รักคุณ